2554 > รักษามะเร็งแนวใหม่ > คำถามและคำตอบ

คำถามและคำตอบ


Credit: Bumrungrad International hospital


Q:    มีสัญญาณเตือนอะไรบ้างไหมครับที่บ่งชี้ว่าเราอาจเป็นโรคมะเร็ง


A:    
การรักษาโรคมะเร็งให้หายขาดนั้น เป็นไปได้เมื่อได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะต้น ๆ ดังนั้น นอกจากการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งต่าง ๆ แล้ว การทราบถึงสัญญาณเตือนของโรคก็เป็นเรื่องสำคัญ ลองสังเกตอาการที่อาจบ่งชี้ถึงโรคมะเร็งดังต่อไปนี้ 
 

  • น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยที่คุณไม่ได้ตั้งใจลด         
  • มีอาการปวดโดยไม่ทราบสาเหตุ อาทิ อาการปวดแน่นท้อง ปวดลึก ๆ ในอก หรือปวดกระดูก         
  • ไอเรื้อรัง เจ็บคอ เสียงเปลี่ยน           
  • ไฝ ปาน หรือบริเวณใด ๆ ของผิวหนังที่มีสี หรือมีลักษณะเปลี่ยนไป           
  • แผลเรื้อรังที่ไม่ยอมหาย         
  • ปัสสาวะมีเลือดปน          
  • เห็นภาพซ้อน เวียนศีรษะ ทรงตัวลำบาก           
  • กลืนลำบาก รู้สึกอิ่มทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้รับประทานอาหาร         
  • มีก้อนผิดปกติบริเวณเต้านม ไหล่ รักแร้          
  • ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน มีอาการท้องผูกสลับกับท้องเสีย อาการผิดปกติต่าง ๆ ข้างต้นอาจเป็นสัญญาณเตือนหนึ่งของโรคมะเร็ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่มีอาการดังกล่าวจะเป็นมะเร็งเสมอไป เช่นเดียวกับความจริงที่ว่าโรคมะเร็งหลายชนิดก็ไม่ปรากฏสัญญาณเตือนใด ๆ ในระยะแรกเริ่ม มะเร็งบางชนิดสามารถตรวจคัดกรองได้ แม้ไม่มีอาการ เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก ถ้ามีอาการน่าสงสัย ควรตรวจหาสาเหตุของความผิดปกติโดยไม่รอช้า


Q:    เราจะป้องกันโรคมะเร็งได้หรือไม่คะ 


A:
    ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกระบุว่า กว่า 1 ใน 3 ของโรคมะเร็งทั้งหมดเกิดจากสาเหตุภายนอกที่ป้องกันได้ การป้องกันตัวเองจากโรคมะเร็งทำได้โดย
 

  • หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ไม่ว่าจะเป็นการสูบบุหรี่เอง หรืออยู่ในบริเวณที่มีผู้อื่นสูบบุหรี่     
  • ควบคุมน้ำหนัก
  • ออกกำลังกายวันละอย่างน้อย 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน        
  • เลือกรับประทานอาหารที่ไม่ปรุงแต่งมากเกินไป เน้นอาหารที่มีกากใยมาก อาทิ ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่าง ๆ         
  • งดดื่มสุรา        
  • มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย        
  • หลีกเลี่ยงการตากแดดนาน ๆ         
  • ฉีดวัคซีนป้องกัน        
  • อย่าลืมตรวจสุขภาพประจำปี 

Q:    ดิฉันรู้จักผู้ป่วยมะเร็งที่รักษาด้วยยาเคมีบำบัดแล้วยังแข็งแรงเป็นปกติดี อยากทราบว่าปัจจัยใดที่ทำให้ ผู้ป่วยแต่ละรายได้รับผลข้างเคียงจากเคมีบำบัดแตกต่างกันไป


A:
    ยาเคมีบำบัดนั้นมีหลักการทำงานโดยจะออกฤทธิ์เฉพาะกับเซลล์บางชนิดที่มีการแบ่งตัว โดยไม่ได้แยกแยะว่าเป็น เซลล์ปกติ หรือเซลล์มะเร็งที่มีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว เป็นเหตุให้ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดมักจะได้รับ ผลข้างเคียงไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่จะน้อยหรือมากนั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ปริมาณของยา และชนิดของยาเป็นสำคัญ 
 

ผู้ป่วยแต่ละรายจะมีการตอบสนองต่อยาเคมีบำบัดแตกต่างกันไปในหลายรูปแบบ บางรายอาจมีอาการผมร่วง บางรายอาจมีแผลในช่องปาก ขณะที่บางรายอาจรู้สึกคลื่นไส้ เบื่ออาหาร เป็นต้น ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อทำการรักษาผู้ป่วยด้วยยาเคมีบำบัด แพทย์จะมีการประเมินสภาวะของผู้ป่วยอย่างละเอียดเพื่อเลือกตัวยา และปรับปริมาณยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ประกอบกับมีการประเมินผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อจะได้ทำการป้องกันไว้ล่วงหน้า อาทิ หากผู้ป่วยได้รับยาเคมีบำบัดชนิดที่มักจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน แพทย์ก็จะสั่งยาป้องกันหรือบรรเทาอาการให้กับผู้ป่วย เป็นต้น   
  

อย่าลืมว่า ปัจจัยสำคัญที่สุด คือ สุขภาพร่างกายของผู้ป่วยเอง อย่ากังวลกับผลข้างเคียงจนเกินไป สร้างทัศนคติ และกำลังใจที่ดี อาการไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ย่อมจะหมดไปเมื่อร่างกายปรับตัวเข้ากับยาได้ หรือเมื่อสิ้นสุดการรักษา  
 

หากคุณมีข้อสงสัยเรื่องสุขภาพ ส่งคำถามของคุณมาที่:
บรรณาธิการนิตยสาร Better Health ฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ 
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 33 สุขุมวิท ซอย 3 กรุงเทพฯ 10110
 

 


คะแนนโหวต: 8.80 of 10, จากจำนวนคนโหวต 5 คน