Q & A

Q: คุณแม่มีปัญหาเรื่องปัสสาวะบ่อย ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไรและถือว่าผิดปกติหรือไม่คะ

A: สาเหตุของการปัสสาวะบ่อยนั้นมีอยู่หลายประการ ดังนั้นก่อนที่คนไข้จะมาพบแพทย์ แนะนำให้สังเกตดูว่า ความถี่ของการปัสสาวะมีความเกี่ยวพันกับอาหารที่รับประทานเข้าไปหรือไม่ เช่น ถ้าดื่มน้ำ น้ำชา หรือกาแฟมาก การที่จะปัสสาวะบ่อยก็ไม่ถือว่าผิดปกติ อาการปัสสาวะบ่อยที่ผิดปกติคือ ต้องการเข้าห้องน้ำตลอดเวลาทั้งกลางวัน และกลางคืน รวมทั้งขณะปัสสาวะจะรู้สึกเหมือนไม่สุด คล้ายยังมีปัสสาวะค้างอยู่

ผู้สูงอายุที่มีอาการปัสสาวะบ่อย มีโอกาสเป็นได้ตั้งแต่โรคทั่ว ๆ ไป เช่น โรคเบาหวาน ไปจนถึงโรคแอบแฝงอย่างเนื้องอก ดังนั้นหากสงสัยว่ามีอาการผิดปกติ ควรเข้ามาตรวจกับแพทย์โดยละเอียด

Q: ที่ว่ารอบเดือนมามากนั้นดูจากอะไรคะ และรอบเดือนมามากหรือมาน้อยจะดีกว่ากัน

A: โดยทั่วไปแล้ว การบอกปริมาณรอบเดือนว่ามีมากหรือน้อยนั้นมีข้อสังเกตอยู่สามประการ ประการแรกคือ จำนวนวันที่มีรอบเดือน ซึ่งโดยปกติจะอยู่ที่ 2 - 6 วัน ประการที่สองคือระยะของรอบเดือนที่ปกติแล้วจะห่างกันประมาณ 21 - 35 วัน โดยนับจากวันแรกของการมีรอบเดือนครั้งนี้ ไปจนถึงวันแรกของการมีรอบเดือนครั้งหน้า และประการสุดท้ายคือปริมาณของรอบเดือน ซึ่งดูได้ความถี่ของการเปลี่ยนผ้าอนามัย ถ้าต้องเปลี่ยนบ่อยมากรวมทั้งมีลิ่มเลือดปนอยู่ก็เป็นไปได้ว่ารอบเดือนมามากเกินไป

ผู้หญิงบางคนอาจเชื่อว่า ยิ่งรอบเดือนมามากยิ่งดี ซึ่งไม่จริง รอบเดือนนั้นจะมามากหรือมาน้อยก็ไม่ดีทั้งนั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่มามากหรือมาน้อยเป็นประจำอยู่แล้วจะผิดปกติ สิ่งสำคัญคือ ดูว่ารอบเดือนนั้นผิดไปจากที่เคยเป็นหรือไม่ หากมามากกว่าที่เคยก็อาจเกิดอาการโลหิตจาง ซึ่งจะทำให้อ่อนเพลียและติดเชื้อได้ง่าย หรือถ้ามาน้อยกว่าที่เคยเป็นก็อาจเกิดจากฮอร์โมนไม่สมดุล ซึ่งเป็นสัญญาณหลายโรค เช่น โรคไทรอยด์ โรคที่ต่อมใต้สมอง และเนื้องอก ฯลฯ ทางที่ดีจึงควรมาปรึกษาแพทย์เมื่อพบว่ารอบเดือนของตัวเองมาผิดปกติ

Q: สงสัยว่าตัวเองใกล้หมดประจำเดือน คือรอบเดือนมาบ้าง ไม่มาบ้าง บางครั้งมาแบบไม่รู้ตัว แบบนี้จะคุมกำเนิดอย่างไรดีคะ

A: อันที่จริงแล้ว ผู้ที่ใกล้หมดประจำเดือนนั้นแทบไม่ต้องกังวลเรื่องการคุมกำเนิดเลย เพราะรังไข่จะหยุดทำงานทำให้ไม่สามารถมีบุตรได้ แต่ก็ยังมีกรณีที่ผู้หญิงอายุ 45 ปีแล้ว และรังไข่ยังทำงานดีอยู่จึงยังตั้งครรภ์ได้ ทางที่ดีควรมาเจาะเลือดตรวจฮอร์โมน เพื่อให้รู้ว่าที่ประจำเดือนไม่มาเป็นเพราะถึงวัยใกล้หมดประจำเดือน ตั้งครรภ์ หรือมีสาเหตุอย่างอื่น เช่น รังไข่ทำงานไม่ดี หรือฮอร์โมนไม่สมดุล ก็เป็นผลให้ประจำเดือนมาไม่ปกติได้เช่นกัน

หากจะรับประทานยาคุมในช่วงที่ประจำเดือนไม่แน่นอน ควรรอหลังจากมีประจำเดือนไปแล้ว 1 - 2 วันเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นประจำเดือนมาจริง ๆ ไม่ใช่เลือดจากสาเหตุอื่นในกรณีที่อายุเกิน 40 ปี ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานยาคุมกำเนิด เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ ทางที่ดีควรใช้วิธีที่ไม่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน เช่น ใช้ถุงยางอนามัย หรือห่วงยางอนามัยจะปลอดภัยกว่า

หากคุณมีข้อสงสัยเรื่องสุขภาพ ส่งคำถามของคุณมาที่: บรรณาธิการนิตยสาร Better Health ฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 33 สุขุมวิท ซอย 3 กรุงเทพฯ 10110

คะแนนโหวต: 10.00 of 10, จากจำนวนคนโหวต 2 คน