Q&A

อาการผิดปกติต่างๆ ของระบบทางเดินอาหารจัดเป็นอาการที่พบได้บ่อย และเกี่ยวข้องกับกิจวัตรประจำวันรวมถึงสุขลักษณะเป็นอย่างมาก Better Health ฉบับนี้ได้รับความอนุเคราะห์จาก นพ.วีระกิตติ์ อภิรัฐประชาศิลป์ อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและโรคตับ มาช่วยไขข้อข้องใจเรื่องเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารของคุณ

Q: การสวนล้างลำไส้ใหญ่ด้วยกาแฟมีข้อดี หรือข้อเสียต่อสุขภาพอย่างไร

A: โดยปกติร่างกายมีกลไกในการขับสารพิษอยู่แล้ว การสวนล้างลำไส้ใหญ่เพื่อขับสารพิษจึงไม่ใช่เรื่องจำเป็น ยกเว้นบางกรณีที่ผู้ป่วยมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ และจำเป็นต้องได้รับการสวนล้างลำไส้ อาทิ เตรียมตัวเพื่อการผ่าตัด หรือผู้ป่วยมีอาการท้องผูกอย่างหนักและรับประทานยาถ่ายแล้วไม่ได้ผล หรือเป็นโรคบางโรค เช่น โรคตับวายซึ่งร่างกายขับของเสียได้ไม่ดี จึงจำเป็นต้องเร่งการขับของเสียออกจากร่างกาย เป็นต้น

ขณะที่ผลดีต่อสุขภาพจากการสวนล้างลำไส้โดยปราศจากข้อบ่งชี้ทางการแพทย์นั้นยังไม่ชัดเจน แต่ผลเสียกลับชัดเจนกว่า เช่น หากผู้ป่วยรายนั้นมีปัญหาที่ลำไส้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นผนังลำไส้เป็นกระเปาะ หรือลำไส้อักเสบเรื้อรัง การสอดอุปกรณ์สวนล้างเข้าไปอาจก่อให้เกิดแผล หรือลำไส้ทะลุได้ ในผู้ป่วยโรคไต โรคหัวใจ การสวนล้างลำไส้อาจส่งผลต่อระดับเกลือแร่ในร่างกาย นอกจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นดังที่กล่าวมาแล้ว การสวนล้างลำไส้ด้วยกาแฟที่นิยมกันยังต้องระวังเรื่องการดูดซึมคาเฟอีนเข้าสู่ร่างกายด้วย เพราะการใช้กาแฟสวนล้างลำไส้ต้องใช้น้ำกาแฟปริมาณมากกว่าที่เราดื่มเข้าไปหลายเท่า ด้วยคุณสมบัติในการดูดซึมของลำไส้ใหญ่ ผู้ป่วยอาจได้รับคาเฟอีนเกินขนาดก็เป็นได้

Q: หลังรับประทานอาหารรู้สึกจุกๆ มีลมในท้อง ไม่สบายท้องจนกว่าจะอาเจียนออกมา ผมมีอาการแบบนี้มาอาทิตย์หนึ่งแล้ว ขอคำแนะนำครับ

A: กรณีเช่นนี้อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น โรคกระเพาะอาหารทั่วไป หรือภาวะที่กระเพาะอาหารบีบตัวช้า (Gastroparesis) ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ที่อายุไม่มากและสุขภาพแข็งแรง อาการเหล่านี้มักเป็นผลมาจากการติดเชื้อไวรัสซึ่งไม่ได้แสดงอาการออกมาแบบไข้หวัด แต่ส่งผลไปยังระบบทางเดินอาหารแทน โดยอาจมีอาการอาเจียน จุกท้อง เป็นต้น โดยปกติอาการเหล่านี้อาจอยู่ได้นานเป็นสัปดาห์หรือมากกว่า เชื้อไวรัสนี้ติดกันได้ง่ายๆ เช่นเดียวกับไวรัสไข้หวัดและจะหายไปได้เอง ส่วนสาเหตุอื่นๆ ที่เป็นไปได้คือโรคกรดไหลย้อน และโรคกระเพาะอาหารอักเสบเป็นแผล หรือการติดเชื้อแบคทีเรีย H. Pylori ในกระเพาะอาหาร จากที่ถามมาคุณมีอาการมาเป็นสัปดาห์แล้ว ทางที่ดีควรไปปรึกษาแพทย์ครับ แพทย์จะได้พิจารณาวินิจฉัยว่ากรณีของคุณนั้นน่าจะมีสาเหตุมาจากอะไร และทำการรักษาได้อย่างถูกต้อง

Q: ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน ควรกังวลหรือไม่คะ

A: เมื่อมีเลือดปนออกมากับอุจจาระนั้น แสดงว่ามีเลือดออกที่บริเวณใดบริเวณหนึ่งของลำไส้ใหญ่ สิ่งที่ต้องสังเกตได้แก่ สีของเลือด และอุจจาระ ถ้าเลือดที่ปนออกมากับอุจจาระมีสีสด แสดงว่าบริเวณที่เลือดออกน่าจะเป็นบริเวณส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่ ริดสีดวงทวารหนัก ผนังของลำไส้ใหญ่ปริ สาเหตุอื่นที่พบรองลงมา ได้แก่ ติ่งเนื้อในลำไส้ แผลลำไส้อักเสบ เส้นเลือดผิดปกติที่ผนังลำไส้ หรือเนื้องอกต่างๆ

แต่ถ้ามีเลือดออกที่บริเวณอื่นซึ่งอยู่ลึกเข้าไป เลือดที่ออกมาจะมีสีเข้มขึ้นไปจนถึงดำ การถ่ายอุจจาระมีเลือดปน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ โดยเฉพาะถ้ามีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ท้องผูกสลับ ท้องเสีย
   
หากคุณมีข้อสงสัยเรื่องสุขภาพ ส่งคำถามของคุณมาที่: บรรณาธิการนิตยสาร Better Health ฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 33 สุขุมวิท ซอย 3 กรุงเทพฯ 10110

คะแนนโหวต: 4.44 of 10, จากจำนวนคนโหวต 18 คน