2550 > มะเร็ง > พิชิตมะเร็ง การต่อสู้ของผู้ชนะ

พิชิตมะเร็ง การต่อสู้ของผู้ชนะที่รักษาหาย

คุณทวีศักดิ์ เสสะเวช

อดีตผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากที่รักษาหาย

 

เมื่อ 9 ปีก่อน ผมเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากจนมันเริ่มกระจาย เป็นถึงขั้นปัสสาวะออกมาเป็นเลือด เข้าใจเลยว่าชีวิตของผมขึ้นอยู่กับหมอเพราะ ฉะนั้นผมต้อง มั่นใจในตัวหมอ มั่นใจในการรักษาหาย รวมทั้งมั่นใจในตัวเอง ด้วยว่าเราจะสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำของหมอได้แน่ ๆ ช่วงนั้นผมเห็นความจำเป็นที่จะต้อง บำรุงจิตใจให้เข้มแข็งด้วย เพราะเรื่องจิตใจและสตินั้นสำคัญกว่ากายเสียอีก ผมจึงได้ศึกษาธรรมะจนเข้าใจ ได้ตระหนักว่า ความเจ็บป่วยนั้นเป็นของธรรมดา  เป็นสิ่งที่ตามมาจากการเกิด ดังนั้น ความเจ็บป่วยนี้จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่ เรื่องสติเรื่องใจต่างหากที่สำคัญถ้าเราไม่กลัวก็เท่ากับว่า เราชนะไปกว่าครึ่งแล้ว ผมเลยพยายามพัฒนาจิตตัวเองด้วยการเข้าอบรม วิปัสนากรรมฐาน ซึ่งก็ได้ผลดีมาก

สร้างวินัยให้ตนเอง

จริง ๆ แล้วการรักษามะเร็งให้ได้ผลดีก็ต้องอาศัยหลายๆ ปัจจัยประกอบ กันทั้งเรื่องของวิทยาศาสตร์ อันได้แก่การดูแลรักษาที่ถูกวิธีโดยแพทย์ที่เชี่ยวชาญ ผมบอกกับหมอเลยว่า หมอว่าอย่างไร ผมก็เอาตามนั้น และเรื่องของวินัยในตัวเอง บ่อเกิดของมะเร็งก็มาจากตัวเราเอง มาจากการกินมากและใช้ชีวิตอย่างไม่พอดี ตรงนี้เราต้องมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยประยุกต์คำแนะนำของ หมอให้เข้ากับวิถีชีวิตของเราให้อยู่ในระดับที่เราทำได้อย่างสม่ำเสมอ มีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย ตรงนี้คือ การเดินทางสายกลางนั่นเอง เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราได้ไม่ใช่แค่เพียงเราสามารถ ควบคุมมะเร็งได้เท่านั้น แต่สุขภาพโดยรวมของเราก็ดีขึ้นด้วย ทั้งคอเลสเตอรอล น้ำตาล ความดันก็พลอยลดลงด้วยทุกวันนี้ ผมไม่ต้องทานยาอะไรเลย สรุปแล้ว ถ้าเข้าใจการรักษาแล้วรักษาให้ถูกต้องและเชื่อคำแนะนำของหมอ จะช่วยได้มากและไม่ สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก

ขอบฟ้าแห่งความหวัง

ตอนที่ผมไปนั่งรอหมอที่โรงพยาบาล ผมมองป้ายศูนย์ บำบัดรักษามะเร็งฮอไรซันที่หมายความว่าเส้นขอบฟ้า อันนี้มัน ตรงกับผมเลย ชีวิตที่เคยสับสนวุ่นวาย พอได้ปฏิบัติธรรมก็ได้เห็นแสงสว่างที่เส้นขอบฟ้า เลยรู้ว่าชีวิตนี้มีความหมายและมี ความหวัง ผมก็เลยขอยืมมาตั้งเป็นชื่อบริษัทของผมซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหวังของผมที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อที่จะสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ต่อไป

ปัจจุบัน คุณทวีศักดิ์ในวัย 70 มีความสุขอยู่กับการดูแลครอบครัวและธุรกิจอันเป็นผลผลิตจากความรักและหลงใหลในพฤกษานานาพันธุ์ เกิดเป็นสวนพฤกษศาสตร์บนเนื้อที่กว่า 280 ไร่และ Horizon Village รีสอร์ทเพื่อสุขภาพสไตล์ล้านนา ที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่

คุณเซ้ง แซ่ตั้ง

อดีตผู้ป่วยมะเร็งปอดที่รักษาหาย

ย้อนไปประมาณ 5 ปีที่แล้ว ตอนนั้นผมอายุ 69 หมอบอกว่าผมเป็นมะเร็งปอด ระยะ 3 ซึ่งเป็นขั้นที่ลุกลามออกไปข้างนอกแล้ว พอรู้ก็เริ่มรักษาด้วยการแพทย์แผน ปัจจุบันนี่แหละ ผมเป็นคนที่สนใจในวิทยาศาสตร์และเข้าใจการเกิดของโรคดี ผมจึงมั่นใจและผมไม่เคยโลเลวอกแวกไปลองรักษาด้วยแนวทางอื่นเลย

เหล็กที่ขึ้นสนิม

เรื่องของอาการข้างเคียงเป็นเรื่องปกติ การที่เราเป็นมะเร็งนี่เหมือนเหล็กที่ขึ้นสนิม ถ้าคุณจะเอาสนิมออกต้องขัดต้องฝนออก เหล็กก็จะบางลง ร่างกายก็เหมือนกัน หลังจากที่ใช้คีโมและฉายแสง มะเร็งหาย ร่างกายมีอาการอ่อนแอนิดหน่อย ผ่านไป 20 วันก็ฟื้นแล้ว สิ่งที่ผมอยากจะเน้นคือ ผู้ป่วยเป็นมะเร็งต้องเข้มแข็ง ไม่ใช่ว่าพอเป็นมะเร็งแล้วใจเสียกินไม่ได้ นอนไม่หลับ อย่างนี้ก็ยิ่งแย่ ตอนหมอบอกว่าผมเป็นมะเร็ง ผมตกตะลึงอยู่ประมาณ 10 วินาทีแล้วก็จบ หาหมอเสร็จผมก็เข้าบริษัทไปประชุมต่ออีก 3 – 4 ชั่วโมง พยายามใช้ชีวิตอย่างปกติ กินอาหารทุกอย่างตามปกติ ไปพบหมอตามกำหนดและรับการรักษา อย่างต่อเนื่อง ตอนผมทำคีโมนี่น้ำหนักไม่ลดเลย ผมขับรถไปโรงพยาบาลเองด้วยซ้ำ จำไว้ว่าการเป็นมะเร็งหากเราเข้มแข็งและดูแลให้ถูกวิธีก็จะช่วยได้เยอะ

รักษามะเร็ง ไม่เกี่ยวกับโชค

ผมอยากให้คนที่เป็นมะเร็งมั่นใจในการรักษาของหมอ ไว้ใจในวิทยาศาสตร์เพราะเดี๋ยวนี้วิทยาการก้าวหน้าไปมาก อย่าไปงมงายเชื่อคนง่าย ใครว่าอะไรดีก็ไปลองดู อันนี้จะทำให้คุณได้รับการรักษาไม่เต็มที่สักอย่าง สุดท้ายคุณก็ไม่หาย ตอนที่ผมรักษา มาแล้ว 4 – 5 เดือน มะเร็งก็เกือบหายแล้ว หมอยังบอกว่าผมโชคดี ผมบอกหมอเลยว่า ผมไม่เชื่อเรื่องโชค ที่ผมรักษากับหมอก็เพราะคุณหมอเป็นคนเก่ง ให้ยาถูกต้องตามสัดส่วนและถูกกับโรค ถ้าคุณหมอใช้โชคมารักษาผม ผมคงจะลาไปนานแล้ว อย่างที่บอกว่าใจเป็นเรื่องสำคัญ ผมจึงอยากให้มีการตั้งชมรมผู้ป่วยมะเร็งขึ้นมา มีแพทย์มาให้คำแนะนำเป็นครั้งคราว ผู้ป่วยจะได้มีความรู้ในการดูแลตัวเองเพิ่มขึ้น แต่ที่ สำคัญกว่านั้นคือ ผู้ป่วยจะได้มีสังคมได้มาพบปะพูดคุยกัน ถามสารทุกข์สุกดิบกัน จะได้ไม่เหงา ที่เมืองนอกเขามีทำกันเยอะ บางคนเล่าว่าเป็นมะเร็งแล้วกลับมีความสุขกว่าเดิมอีก เพราะเมื่อก่อนทำแต่งาน ไม่มีใครใส่ใจเอ็นดู แต่พอเป็นมะเร็ง มีแต่คนไปมาหาสู่ มีคนคุย นี่คือความดีของการมีชมรม คือคนป่วยจะได้มีความสุข พอมีความสุข สารความสุขที่หลั่ง ออกมาจะช่วยฟื้นฟูเราได้ ผมว่าเมืองไทยน่าจะมีบ้าง

คุณเซ้งยังคงทำหน้าที่เป็นเสาหลักของครอบครัวลูกหลานและธุรกิจของตัวเองต่อไป รวมทั้งแสดงความปรารถนาว่าหากมีการจัดตั้งชมรมผู้ป่วยมะเร็งขึ้นมาเมื่อไร คุณเซ้งจะขอเป็นสมาชิกรุ่นก่อตั้งผู้แข็งขันและพร้อมจะช่วยเหลือผู้ป่วยท่านอื่น ๆ ต่อไป

คุณฉอ้อน เจริญแสง

อดีตผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่รักษาหาย

ก่อนเกษียณสักหนึ่งปี ดิฉันเริ่มรู้สึกตัวว่าปวดหลังมากโดยเฉพาะด้านหลังของทรวงอก ข้างขวา เป็นอาการปวดอยู่ลึกๆ จนวันหนึ่งตัดสินใจกดลงไปเพื่อเทียบเคียงสองข้างปรากฏ ว่าข้างหนึ่งปกติแต่อีกข้างหนึ่งเจ็บมาก ช่วงนั้นไปราชการที่หาดใหญ่ ซึ่งเป็นบ้านเกิดพอดี  ก็เลยไปให้หมอตรวจเสียเลย ซึ่งก็เจอก้อนเนื้อจริงๆ วันรุ่งขึ้นดิฉันตัดสินใจให้คุณหมอ ผ่าตัดเอาก้อนเนื้อไปตรวจว่าเป็นเนื้อร้าย หรือเปล่า แล้วก็พบว่าเป็นมะเร็งในระยะเต็มขั้น ที่หนึ่งคือ เกือบสองเซ็นต์ ปกติเซ็นต์กว่าๆ ก็เรียกว่าขั้นที่หนึ่งแล้ว  ถ้าสองเซ็นต์ถึงจะเป็น ขั้นที่สอง  ซึ่งคุณหมอบอกว่าเป็นระยะที่หาย แน่นอน ดิฉันเองก็ไม่ได้กลัวหรือกังวลอะไร

ร่างกายกับจิตใจที่เข้มแข็ง

หลังจากผ่าตัดก็กลับมารักษาต่อที่กรุงเทพฯ เริ่มด้วยเคมีบำบัดก่อน ซึ่งช่วงนี้ดิฉันค่อนข้าง กังวลเหมือนกัน กลัวแพ้คีโม เพราะไม่รู้ว่าเราจะมีสภาพอย่างไร จะอาเจียนหรือผมร่วง หรือเปล่า ปรากฏว่าโชคดีที่ไม่อาเจียนเลยแม้แต่ครั้งเดียวแต่ ผมไปหมด (หัวเราะ) ตอนหลัง คิดว่าก็ดีเหมือนกัน เพราะผมขึ้นใหม่นิ่มสวย ไม่ต้องดัดเลย ช่วง 6 เดือนที่ทำ เคยมีอาการ อย่างเดียวคือ เบื่ออาหาร แม้แต่น้ำ ดื่มแล้วยังไม่ อยากกลืนก็ไม่เป็นไร เราก็เปลี่ยนเป็น น้ำมะพร้าว ชื่นใจดี แต่ก็เบื่อแค่ 15 วัน จากนั้นก็เริ่มทานได้บำรุงร่างกาย ไว้ไป ทำเคมีเดือน ถัดไป มันเป็นวงจรอย่างนี้ เราก็รู้สึกว่า แค่นี้เองเหรอ ช่วงนั้นดิฉันไป ทำงานเป็นปกติ  ผมร่วง หมดก็ใส่วิกไป พอหมดคอร์สคีโมจึงเริ่ม ฉายแสงซึ่งเดี๋ยวนี้เขามี เครื่องฉายแสงรุ่นใหม่ ทันสมัยมาก เดิมฉายแสงแล้วจะโดนน้ำไม่ได้ เราก็คิดว่าลำบากแน่ เพราะฉายแสงตั้ง 25 ครั้ง อาทิตย์ละ 5 วัน แต่นี่โดนน้ำได้แล้ว ทำแป๊บเดียว 1 นาทีเองมั้ง ตลอดเวลาที่รักษา ดิฉันไม่เคยท้อ กำลังใจดีมาก อันนี้ก็เพราะมีคุณครูสมัย ที่ยังเรียน มัธยมที่หาดใหญ่เป็น ตัวอย่างที่ดีในเรื่องของกำลังใจ ก่อนเกษียณเหมือนกัน ท่านป่วยเป็น มะเร็งที่มดลูกระหว่าง การรักษาก็แพ้คีโม ทรมานมาก แต่ท่านก็ผ่านมาได้ ตอนหลังมา เป็นมะเร็งลำไส้อีก ท่านก็สู้อีก ตอนนี้หายดีแล้ว อายุ 77 ปียังแข็งแรงมาก เดินออกกำลัง กายได้วันละ 5 กิโลเมตร ทำให้รู้สึกว่าเราก็น่าจะผ่านไปได้

ชีวิตปลอดมะเร็ง

ตอนนี้ก็ต้องถือว่าหายแล้ว แต่ไม่เคยประมาท ไปตรวจตามนัดทุกครั้งเพราะ ไม่ทราบว่า มันจะกลับมาเป็นอีกข้างหรือเปล่า คุณหมอก็บอกให้เดินออกกำลังกายให้ได้ วันละสักครึ่ง ชั่วโมง ให้เหงื่อออก อย่านอนดึก แล้วทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ตอนนี้ ก็ทำอาหารทาน เองเน้นเรื่องความสะอาดมาก เรียกว่าพฤติกรรมทางสุขภาพเปลี่ยนไปเลย แต่ไม่ได้รู้สึกว่า ลำบากอะไร เมื่อก่อนรู้สึกว่ามะเร็งเป็นโรคที่น่ากลัวมาก  เป็นแล้วคงไม่หายแน่ แต่ตอนนี้ ความรู้สึกเปลี่ยนไปแล้ว เทคโนโลยีพัฒนาไปไกล คนที่เป็นโรคนี้ก็หายกันเยอะ

ชีวิตหลังเกษียณของคุณฉอ้อนในวันนี้ นอกจากจะมีงานตรวจสอบบัญชีมาให้ทำถึงบ้านแล้ว ยังมีนัดออกไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ อย่างสม่ำเสมอ ทั้งเพื่อนที่ทำงาน เพื่อนที่เรียนมาด้วย กัน เพื่อนที่เคยอยู่หอพัก เรียกว่าไม่เคยเหงาเลย

คะแนนโหวต: 9.82 of 10, จากจำนวนคนโหวต 113 คน