2559 > สุขภาพกระดูกและข้อกับการรักษา > รู้จักกับแพทย์บำรุงราษฎร์

รู้จักกับแพทย์บำรุงราษฎร์

ส่วนหนึ่งของทีมแพทย์ที่มากด้วยทักษะและประสบการณ์

นพ.สิร สุภาพ

อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต

นพ.สิรจบการศึกษาเกียรตินิยมจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ก่อนจะไปศึกษาต่อด้านอายุรกรรมโรคไตที่ St. John’s Episcopal Hospital และ Emory University Hospital สหรัฐอเมริกาตามลำดับจากนั้นจึงเข้าร่วมงานกับบำรุงราษฎร์ในปี 2544
 

การรักษาที่รู้สึกประทับใจ

ขอยกตัวอย่าง 2 เคส เคสแรกเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ผมดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายอยู่คนหนึ่งอายุกว่า 70 ปีแล้ว ผู้ป่วยอยากกลับบ้านมาก อยากไปเห็นหน้าหลาน แต่ตอนนั้นยังไม่มีแพทย์ ICU และเป็นวันหยุดพอดี ผมก็เอารถโรงพยาบาลไปส่งแก นั่งไปกับพยาบาล บีบอุปกรณ์ช่วยหายใจไปตลอดทาง อยู่ที่บ้านกัน 15 นาที มีหลานเล็กๆ มานั่งร้องไห้ไม่อยากให้กลับไปโรงพยาบาล แต่เราอยู่ไม่ได้เพราะที่บ้านไม่มีอุปกรณ์การแพทย์ แต่แค่นั้นผู้ป่วยก็ดีใจมากแล้ว นาทีนั้นผมรู้สึกเลยว่าการเป็นหมอเป็นสิ่งที่ดีในชีวิตของผม
 

เคสที่ 2 เป็นช่วงที่เกิดเหตุการณ์สึนามิปลายปี 2547 มีผู้ป่วยถูกส่งตัวมาที่บำรุงราษฎร์เยอะ บางครอบครัวมาเที่ยว 10 คนแต่เหลือรอดเพียงคนเดียว เป็นเรื่องที่สะเทือนใจมากแต่ก็ได้รับรู้ถึงความร่วมมือร่วมใจของบุคลากรในโรงพยาบาล เพราะทุกแผนกระดมกำลังมาช่วยกันดูแลผู้ป่วยอย่างดีมาก ทำให้รู้สึกประทับใจจนถึงทุกวันนี้
 

การร่วมงานกับบำรุงราษฎร์

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เป็นโรงพยาบาลที่มีความพร้อมมาก และเพื่อนร่วมงานเก่งมากทุกคน ซึ่งการได้ร่วมงานกับคุณหมอเก่งๆ ในหลายสาขาทำได้เราได้ความรู้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ บำรุงราษฎร์ยังเปิดโอกาสให้ได้ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการรักษาผู้ป่วยและสนับสนุนให้แพทย์ทำงานวิจัย ผมเองก็สนใจในการทำวิจัยเรื่องใหม่ๆ เช่น เรื่องสารพิษในประเทศไทย ซึ่งจะมีการตีพิมพ์เร็วๆ นี้ เนื่องจากพบว่าผู้ป่วยชาวไทยมีสารพิษตกค้างในร่างกายมากและข้อมูลเหล่านี้ไม่มีในต่างประเทศ การทราบสาเหตุก็อาจช่วยเพิ่มทางเลือกในการรักษาได้
 

ปรัชญาในการทำงาน

สนุกกับงานที่ทำ อย่าเครียดเพราะชีวิตคนเราสั้นนัก และต้องมีหิริโอตตัปปะคือมีความละอายและเกรงกลัวต่อบาป ซึ่งเป็นหลักธรรมที่จะช่วยให้เราอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสงบสุข

 
ผศ.พญ.พนิดา ดุสิตานนท์

ผศ.พญ.พนิดา ดุสิตานนท์

กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตในเด็ก

หลังจบการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ผศ.พญ.พนิดาได้เดินทางไปศึกษาต่อยังประเทศสหรัฐอเมริกาและอังกฤษนานถึง 11 ปีก่อนจะกลับมาสอนที่ศิริราช โดยคุณหมอเป็นแพทย์ไทยที่สอบได้ทั้งอเมริกันบอร์ดและเป็นสมาชิกของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งสหราชอาณาจักร (Membership of the Royal Colleges of Physicians of the United Kingdom) และได้รับวุฒิบัตรในสาขากุมารเวชศาสตร์ทั้งสองสถาบัน ปัจจุบันคุณหมอดำรงตำแหน่งหัวหน้าศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์


การร่วมงานกับบำรุงราษฎร์

หมอร่วมงานกับบำรุงราษฎร์มากว่าสิบปีแล้ว ที่ตัดสินใจมาก็เพราะงานที่นี่ท้าทาย บำรุงราษฎร์มีผู้ป่วยต่างชาติค่อนข้างมากและบางรายมีความซับซ้อนสูง เป็นโอกาสดีที่จะได้เอาประสบการณ์ที่เคยเรียนจากต่างประเทศมาใช้
 

เหตุใดจึงเลือกเป็นหมอเด็ก

สำหรับหมอแล้ว การได้ติดตามดูพัฒนาการของเด็กๆ ตั้งแต่แรกเกิดจนเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพถือเป็นความสุข คือไม่ใช่แค่การตรวจรักษาแล้วก็จบไปแต่เป็นความผูกพันที่ยาวนาน หมอมีผู้ป่วยเด็กหลายคนที่ดูแลกันมาตั้งแต่เขาเกิด จนเรียนจบ แต่งงาน มีครอบครัวแล้วก็ยังพาลูกมาหาหมออีก บางคนไปเรียนต่อต่างประเทศ เวลาไม่สบายก็โทรศัพท์ทางไกลมาปรึกษา หลายคนแวะเวียนมาไถ่ถามทุกข์สุข ซึ่งเป็นความชื่นใจที่เขายังนึกถึงเรา
 

หลักคิดในการทำงาน

ผู้ป่วยไม่ใช่ลูกค้าที่เราจะหากำไร และการดูแลเด็กนั้นต้องให้ความสำคัญกับพ่อแม่ผู้ปกครองด้วย คือต้องมีความจริงใจกับพ่อแม่ พูดความจริง บอกข้อดี ข้อเสียของการรักษา เมื่อเราจริงใจเขาจะรับรู้และวางใจ แล้วผลการรักษาก็จะออกมาดี

 
ผศ.นพ.วราภณ วงศ์ถาวราวัฒน์

ผศ.นพ.วราภณ วงศ์ถาวราวัฒน์

อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบต่อมไร้ท่อ (เบาหวาน) และเมตาบอลิสม

ผศ.นพ.วราภณ หัวหน้าหน่วยต่อมไร้ท่อโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จบการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นได้เลือกศึกษาต่อเฉพาะทางในสาขาโรคระบบต่อมไร้ท่อ เบาหวาน และเมตาบอลิสม ที่ University of California, Davis School of Medicine ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนจะกลับมาสอนนิสิตแพทย์จุฬาฯ กว่า 6 ปี และแม้จะร่วมงานกับบำรุงราษฎร์อย่างเต็มตัวตั้งแต่ปี 2548 แต่คุณหมอก็ยังคงปลีกเวลาไปทำหน้าที่อาจารย์พิเศษจนถึงทุกวันนี้
 

การทำงานของแพทย์โรคระบบต่อมไร้ท่อ

โรคหลักๆ ที่เราดูแลอยู่ในขณะนี้เป็นโรคเบาหวานร้อยละ 60 อีกร้อยละ 20 เป็นเรื่องของไทรอยด์ ส่วนที่เหลือก็เป็นโรคที่เกี่ยวกับต่อมใต้สมอง ต่อมหมวกไต เช่น เรื่องความสูงความอ้วน กระดูกบาง กระดูกพรุน ดังนั้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยเรื้อรังที่ต้องดูแลกันต่อเนื่องเป็นเวลานาน บางคนดูแลกันจนอายุ 90 กว่าก็มี ซึ่งจำเป็น เพราะผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีปัญหาภาวะแทรกซ้อน อย่างเบาหวานก็มักจะมาพร้อมกับโรคอ้วน ความดัน ไขมันในเลือดสูง บางรายมีโรคหัวใจ โรคสมองซ่อนอยู่ เมื่อตรวจละเอียดถึงได้พบ หลายครั้งที่พบว่ามีเนื้องอกของลำไส้ ปอด เต้านมร่วมด้วย ซึ่งถ้าไม่ได้ดูกันต่อเนื่องก็อาจจะไม่ได้ตรวจ
 

การร่วมงานกับบำรุงราษฎร์

ที่นี่เราทำงานเป็นทีม มีทั้งแพทย์ พยาบาลด้านโรคเบาหวานโดยเฉพาะ มีโภชนากร เภสัชกร และนักกายภาพบำบัดมาช่วยกันดูแลผู้ป่วย ซึ่งเราทำกันมานานและได้รับการรับรองมาตรฐาน (Clinical Care Program Certification: CCPC) ในการรักษาโรคเบาหวานจากองค์กร Joint Commission International (JCI) สหรัฐอเมริกา เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกันแล้วจากการตรวจสอบมาตรฐานทุกๆ 3 ปี ถ้าไม่มีทีมงานที่ดีคงผ่านมาไม่ได้
 

หลักคิดในการทำงาน

วิชาชีพนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์ ฉะนั้นต้องทำงานอย่างรอบคอบที่สุดและคิดเสมอว่าเราดูแลผู้ป่วยเหมือนญาติพี่น้องของเราคนหนึ่ง นอกจากนี้ยังต้องหมั่นหาความรู้เพิ่มเติม เพราะสิ่งที่เราเคยรู้ถึงตอนนี้อาจจะล้าสมัยไปแล้ว สุดท้ายคือต้องเปิดใจรับฟังผู้ป่วย ถ้าเราไม่ฟังก็จะไม่สามารถช่วยเขาได้อย่างเต็มที่

 
ผศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน

ผศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน

ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์มะเร็งวิทยา

เมื่อพูดถึงแพทย์ผู้ชำนาญการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ชื่อของผศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน เป็นอีกชื่อหนึ่งที่มักได้ยินอยู่เสมอ เพราะนอกจากจะดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่บำรุงราษฎร์แล้ว คุณหมอยังเป็นอาจารย์ประจำสาขาวิชาศัลยศาสตร์เต้านมและต่อมไร้ท่อ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลซึ่งให้การรักษาและผลิตแพทย์ฝีมือดีจำนวนมากอีกด้วย
 

การทำงานในฐานะศัลยแพทย์ด้านมะเร็งเต้านม

การรักษาผู้ป่วยมะเร็งไม่เหมือนการผ่าตัดรักษาโรคอื่น เพราะเมื่อผู้ป่วยทราบว่าตัวเองเป็นมะเร็ง เขาจะรู้สึกว่าแผนการที่วางไว้ในชีวิตถูกทำลายไปหมด สภาพจิตใจย่ำแย่ทันที ซึ่งแพทย์ต้องมีวิธีจัดการตรงนี้ คือต้องค่อยๆ คุย หมอจะบอกผู้ป่วยหลายคนว่าในความโชคร้ายยังมีโชคดี คือโชคร้ายที่เป็นมะเร็ง แต่โชคดีที่เป็นมะเร็งเต้านม เพราะวิธีการรักษาในปัจจุบันเปลี่ยนไปมากแล้ว ไม่ได้น่ากลัวเหมือนในอดีต
 

วิธีการรักษาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

สมัยก่อน เมื่อพบว่าเป็นมะเร็งเต้านม แพทย์มักจะตัดเต้านมทิ้ง แต่หมอได้มีโอกาสคุยกับผู้ป่วยรายหนึ่งซึ่งเล่าให้ฟังว่าตั้งแต่ตัดเต้านมไป ความสัมพันธ์ระหว่างสามี-ภรรยาก็ห่างเหินเพราะสามีรู้สึกว่าเขาพิการ ตอนนั้นต้องเรียกว่าเป็นจุดเปลี่ยนของหมอเลย คือคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง เลยไปเวิร์คช็อปช่วงสั้นๆ ที่อิตาลีซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องการเสริมเต้านม และกลายเป็นที่มาของการพยายามผ่าตัดแบบเก็บเต้านม ส่วนในรายที่เก็บไม่ได้ก็จะทำเต้านมใหม่เสริมให้ในคราวเดียว เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
 

ปรัชญาในการทำงาน

ประการแรกคือต้องซื่อสัตย์ซื่อตรงในวิชาชีพ อย่างมะเร็งเต้านม หมอจะบอกว่าถ้าเก็บเต้านมได้ให้เก็บ ถ้าเก็บไม่ได้จำเป็นต้องตัด ก็ต้องคุยกับผู้ป่วยว่าจะเสริมหรือไม่ เราจะไม่ชักชวนให้ตัดแล้วค่อยเสริมเอา เพราะเป็นการทำเรื่องใหญ่โดยไม่จำเป็นโดยที่ผลการรักษาใกล้เคียงกัน ประการที่สองคือในการรักษาต้องมองไปที่ตัว
 

ผลลัพธ์ว่าสุดท้ายแล้วผู้ป่วยควรจะเป็นอย่างไร แล้วกำหนดแผนการรักษาตามนั้น สุดท้ายคือ หมอเชื่อเรื่องการสร้างคน จะพยายามถ่ายทอดความรู้หรือเทคนิคการผ่าตัดให้กับทีมงานและแพทย์ด้วยกันให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้มาช่วยกันช่วยเหลือผู้ป่วยอีกต่อหนึ่ง
 

คะแนนโหวต: 10.00 of 10, จากจำนวนคนโหวต 5 คน