ภูมิแพ้ของลูก สารพัดปัญหาที่พ่อแม่อยากรู้

ภูมิแพ้ในเด็ก อาการและรักษา
ภูมิแพ้ในเด็ก โรคที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน บทความนี้หมอได้รวบรวมคำถามจากคุณพ่อคุณแม่ที่มักสงสัยเกี่ยวกับปัญหาภูมิแพ้ของลูกน้อยมาฝากกันค่ะ
 
Q1: ภูมิแพ้เป็นพันธุกรรมหรือไม่ ถ้าทั้งพ่อและแม่เป็นภูมิแพ้ ลูกจะมีโอกาสเป็นภูมิแพ้มากน้อยแค่ไหน
ตอบ สาเหตุหนึ่งของภูมิแพ้มาจากพันธุกรรม โดยถ้าพ่อและแม่เป็นภูมิแพ้ ลูกจะมีโอกาสเป็นภูมิแพ้ได้ประมาณ 60-70%
 
Q2: สังเกตว่าอาการแพ้ของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน เช่น บางคนแพ้แล้วคัน บางคนแพ้แล้วคัดจมูก บางคนแพ้แล้วมีผื่นขึ้น ทำไมอาการของแต่ละคนถึงแตกต่างกัน มีสาเหตุจากอะไร เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมหรือไม่
ตอบ อาการแพ้อาจเริ่มจากที่ใดก่อนก็ได้ ขึ้นกับว่าโดนกระตุ้นโดยสารก่อภูมิแพ้ชนิดใด และแม้ว่าภูมิแพ้จะมีสาเหตุจากพันธุกรรม แต่อาการภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นไม่จำเป็นต้องเหมือนพ่อแม่
 
Q3: อาการภูมิแพ้จะมีโอกาสหายขาดหรือไม่
ตอบ ถ้าเป็นอาการแพ้อาหารในเด็กเล็ก โดยเฉพาะไข่และนม อาจหายได้
 
Q4: มีวิธีสังเกตอย่างไรว่าลูกแพ้อะไร
ตอบ คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้จากอาการของลูกเมื่อโดนสารก่อภูมิแพ้ เช่น จาม ไอ หรือมีผื่น
 
Q5: ตอนเด็กๆ ลูกก็ไม่แพ้อะไร ทำไมโตขึ้นมาถึงแพ้ได้
ตอบ โดยทั่วไป คนเราสามารถแพ้สารใหม่ๆ ได้ตลอดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถึงแม้ตอนเด็กจะไม่แพ้อะไร ตอนโตก็อาจจะแพ้ได้
 
Q6: ให้ลูกรับประทานยาแก้แพ้กลุ่มที่ไม่ง่วงนอน (เช่น ยา cetirizine) นานๆ ติดต่อกันเป็นเดือนจะมีผลเสียหรือไม่ อันตรายหรือไม่
ตอบ สามารถใช้ยา cetirizine เพื่อลดอาการคันและลดน้ำมูกได้ในขนาดที่แนะนำ แต่ถ้ามีอาการไม่มากนัก ควรใช้เฉพาะวันที่มีอาการเท่านั้น
 
Q7: ถ้าลูกไปทำการทดสอบการแพ้มาแล้ว พบว่าแพ้ประมาณ 3-4 อย่าง ถ้าโตขึ้นมาอาการแพ้นี้จะหายหรือไม่ และลูกจะมีโอกาสแพ้อย่างอื่นเพิ่มเติมหรือไม่
ตอบ ในเด็กเล็ก ถ้าเป็นการแพ้ไข่และนมอาจจะหายได้ แต่ก็มีโอกาสที่จะไม่หายหรือแพ้อย่างอื่นเพิ่มเติมได้เช่นเดียวกัน
 
Q8: ลูกมีน้ำมูกตอนตื่นนอนตอนเช้าทุกวัน แล้วสักพักก็จะหายไป เป็นอาการแพ้อากาศหรือไม่ ต้องแก้ไขอย่างไร ลองปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศแล้วก็ยังเป็นอยู่
ตอบ ถ้าลูกมีน้ำมูกนิดๆ ก็ไม่ต้องทำอะไร แต่ถ้ามีน้ำมูกมาก อาจลองดูดฝุ่นในห้อง และสังเกตว่าลูกมีอาการลดลงหรือไม่
 
Q9: เป็นไปได้หรือไม่ที่คนเราจะแพ้อาหารแค่อย่างเดียว ต้องแก้ไขอย่างไร มีโอกาสที่จะหายแพ้หรือไม่
ตอบ มีโอกาสเป็นไปได้ ถ้าจะลดความเสี่ยงด้านแพ้ มีข้อแนะนำเรื่องการหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารแปรรูป (processed food) 
 
Q10: ควรจะสังเกตอย่างไรถึงจะทราบว่าลูกแพ้อาหาร
ตอบ สังเกตจากอาการต่างๆ เช่น ผื่นคัน ร้องงอแงผิดปกติ (colic) อาเจียน ถ่ายผิดปกติ เป็นต้น
 
Q11: เด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิงมีอาการแพ้ต่างกันหรือไม่ อย่างไร
ตอบ ปัจจุบันไม่มีข้อมูลเรื่องของความแตกต่างของการแพ้ในเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง
 
Q12: ให้ลูกกินอาหารเดือนแรก มีผื่นขึ้นที่หลัง เกิดจากอาการแพ้อาหารหรือไม่
ตอบ อาจเป็นไปได้ ลองให้ลูกงดรับประทานอาหารนั้น เมื่อหายแล้วให้ลองรับประทานดูใหม่ ถ้ามีผื่นขึ้น ก็จะทราบว่าอาการแพ้เกิดจากอาหารนั้นหรือไม่

 
เรียบเรียงโดย พญ.วิลาวัณย์ เวทไว และ พญ.ภัทริน เชาว์วิศิษฐ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน ศูนย์ภูมิแพ้ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 
  
Posted by Bumrungrad International

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

บล็อกของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ติดตามบล็อกของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ผ่าน RSS Feed