ข้ามเวลาไปดูการผ่าตัดในปี 2025

การผ่าตัดในอนาคตปี 2025

เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผมได้รับจดหมายเชิญประชุมฉบับหนึ่งจากประเทศอังกฤษ จดหมายเชิญประชุมลักษณะนี้หมอเรามักจะได้รับกันอยู่เป็นประจำจนบางครั้งไม่ได้ให้ความสนใจก็มี สิ่งที่เรียกความสนใจของผมได้อย่างมาก นอกจากหัวข้อการประชุมที่ตั้งชื่อได้น่าสนุกว่า ‘Spine Surgery in 2025: A Glimpse into the future’ แล้ว วิทยากรรับเชิญหลายท่านกลับไม่ใช่หมอ แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้าน IT, engineering แถมยังมีคนทำวิดีโอเกมอีกต่างหาก งานนี้ผมคิดว่าคงจะได้เห็นอะไรสนุกๆ จึงตอบตกลงไปทันที

เมือง Nottinghamในช่วงปลายเดือนมิถุนายนเป็นช่วงหน้าร้อน อากาศกำลังสบายอยู่ในช่วง 15-20 องศา ออกจะร้อนไปสักนิดสำหรับคนขี้ร้อนอย่างผม โรงแรมที่ผมเลือกพักอยู่ห่างจากสถานที่ประชุมไปเพียง 200 เมตร งานประชุมลักษณะนี้จะมีบริษัทเครื่องมือมาออกบูทแสดงสินค้ารุ่นใหม่ๆ เสมอ ผมจึงตั้งใจไปถึงสถานที่ก่อนถึงเวลาประชุมราวครึ่งชั่วโมงเพื่อจะได้มีเวลาเดินสำรวจเครื่องมือรุ่นใหม่และพูดคุยกับตัวแทนจากบริษัทต่างๆ สิ่งที่ทำให้ผมหุบยิ้มไม่ค่อยลงเท่าไรคือการที่บริษัทเหล่านั้นรู้จักประเทศไทยและโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ไม่น้อยเลย

การประชุมเริ่มขึ้นด้วย presentation ที่น่าสนใจของประธานการประชุม Dr. Broneck Boszcyk เกี่ยวกับการฝึกอบรมศัลยแพทย์รุ่นใหม่ ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นที่ใดในโลกก็ยังเป็นระบบดั้งเดิมโดยเริ่มจากภาคทฤษฎี การฝึกผ่าตัดกับอาจารย์ใหญ่ แล้วจึงมาเริ่มฝึกผ่าตัดกับคนไข้จริงภายใต้การควบคุมของอาจารย์ การฝึกผ่าตัดกับอาจารย์ใหญ่นั้นไม่สามารถทำได้บ่อยๆ เนื่องด้วยหลายสาเหตุ ทั้งงบประมาณ เวลา และสถานที่ ปีหนึ่งๆ อาจทำได้แค่ไม่กี่ครั้ง การผ่าตัดแต่ละชนิดก็มี learning curve ไม่เหมือนกัน บางชนิดอาจต้องลงมือทำซ้ำๆ หลายสิบครั้งกว่าจะเกิดความชำนาญ การประชุมครั้งนี้ส่วนหนึ่งก็เป็นผลจากความต้องการเอาชนะข้อจำกัดอันนี้

หัวข้อบรรยายถัดจากนี้ก็จะเป็นเทคโนโลยีต่างๆ โดยวิทยากรจากหลากหลายสาขา ตอนท้ายการบรรยายแต่ละท่านก็ให้ความเห็นว่าเราสามารถนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในทางการแพทย์ได้อย่างไรบ้าง
 

Virtual Reality and Surgical Simulation

จริงๆ แล้วการฝึกผ่าตัดด้วย simulator ไม่ใช่เรื่องใหม่นักโดยเฉพาะถ้าพูดถึงเรื่องการผ่าตัดในช่องท้องโดยใช้กล้อง laparoscope แต่สำหรับการผ่าตัดกระดูกสันหลังแล้วยังถือเป็นเรื่องใหม่มาก

อุปกรณ์มีลักษณะเป็นแว่นสามมิติที่สวมเข้ากับศีรษะ ทำงานร่วมกับถุงมือชนิดพิเศษที่มีเซนเซอร์จับการเคลื่อนไหวที่นิ้วมือทั้งหมด หลังจากต่อคิวอยู่นานผมก็ได้มีโอกาสทดลองใช้ เมื่อเราสวมแว่นเข้าไปก็จะมองเห็นฟองสบู่ที่ลอยอยู่ตรงหน้าซึ่งเราสามารถใช้มือเล่นกับฟองสบู่ได้ ไม่ว่าจะใช้มือโบกให้ฟองสบู่ลอย หรือใช้มือขยำเพื่อเปลี่ยนรูปร่างฟองสบู่เป็นแบบต่างๆ ก็ทำได้ ณ ตอนนี้ถึงแม้จะยังจับความเคลื่อนไหวในระดับละเอียดอ่อนขนาดเอาไปใช้ในการฝึกผ่าตัดได้ แต่อนาคตผมคิดว่าเราจะได้เห็น surgical simulator โดยใช้แว่น VR ในราคาที่ทุกคนสามารถซื้อมาเล่นได้แน่นอนครับ
 

แว่น VR และห้องผ่าตัดจำลอง
spine-surgery-in-2025-surgical simulator โดยใช้แว่น VR
ขอบคุณรูปภาพจาก  http://www.fatducktech.com


3D Printing Technology

เทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติทำให้เราสามารถเนรมิตอะไรออกมาก็ได้หากมีไฟล์ต้นแบบที่เป็นดิจิตอล อนาคตเราจะได้เห็นการปลูกถ่ายอวัยวะเทียม เครื่องมือผ่าตัดที่เป็น custom-made เฉพาะบุคคล และภาพ CT scan หรือ MRI ก็จะสามารถ print ออกมาให้จับต้องกันได้ หรือแม้กระทั่งสามารถนำมาซ้อมผ่าตัดก่อนจะผ่าตัดจริงก็ยังได้! ตอนนี้ไตเทียมจากการพิมพ์ 3 มิติก็กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาอยู่เช่นกัน

 

spine-surgery-in-2025-การรักษามะเร็งผิวหนัง ได้รับโครงหน้าใหม่จากเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ
ภาพผู้ป่วยที่มีใบหน้าผิดรูปจากการรักษามะเร็งผิวหนัง
ได้รับโครงหน้าใหม่จากเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ
ขอบคุณรูปภาพจาก http://www.3d-printing.net

spine-surgery-in-2025-ขาเทียมจากการพิมพ์สามมิติ
ขาเทียมจากการพิมพ์สามมิติ
ขอบคุณรูปภาพจาก
http://www.wired.com


Robotic Surgery

ในที่นี้คือการใช้หุ่นยนต์ในการ “ช่วย” ผ่าตัดนะครับ ผมคิดว่าการผ่าตัดทั้งหมดด้วยหุ่นยนต์คงไม่เป็นการดีเท่าไร (อย่างน้อยก็ผมคนหนึ่งละที่ไม่เอาด้วย) การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดแม้จะมีมากว่าสิบปีแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่ได้เป็นที่แพร่หลายนักด้วยปัจจัยเรื่องราคาเป็นหลัก แต่ในยุคถัดไปเมื่อราคาของเทคโนโลยีถูกลง ย่อมมีการใช้เครื่องอย่างแพร่หลายมากขึ้น เราอาจจะได้เห็นการผ่าตัดด้วยการควบคุมระยะไกล เพื่อช่วยกรณีทหารบาดเจ็บในพื้นที่ที่มีการสู้รบ หรือในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่ได้มีแพทย์อยู่ประจำ

เทคโนโลยีเหล่านี้กำลังเกิดขึ้นจริงๆ บางส่วนกำลังอยู่ในช่วงวิจัยและพัฒนา และบางส่วนก็ได้เริ่มใช้ในคนจริงๆ แล้ว ไม่ใช่เรื่องสนุกในนิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไป ใครจะคิดล่ะครับว่าวันหนึ่งเราจะสามารถพกโทรศัพท์มือถือที่มีประสิทธิภาพดีกว่าคอมพิวเตอร์ที่ NASA ใช้ส่งนักบินอวกาศไปดวงจันทร์เมื่อปี 1969 ซะอีก

ในปี 2025หรืออีกประมาณ 10ปีที่จะถึง ผมอาจจะได้นั่งวิเคราะห์ (รวมถึงลูบๆ คลำๆ) โมเดล 3 มิติของคนไข้เพื่อหาสาเหตุของอาการปวดหลังแทนที่จะต้องมานั่งเพ่งจอคอมพิวเตอร์ให้ปวดตาเล่นก็ได้นะครับ

แค่คิดผมก็สนุกแล้ว
 

เรียบเรียงโดย นพ.วิธวินท์ เกสรศักดิ์ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดกระดูกสันหลัง สถาบันกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

Posted by Bumrungrad International

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

บล็อกของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ติดตามบล็อกของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ผ่าน RSS Feed