ดูแลเด็กอย่างไรให้ปลอดโรคและปลอดภัยจากน้ำท่วม

Photo Credit: Daniel Julie

ในช่วงที่หลายจังหวัดในประเทศไทยประสบกับอุทกภัยร้ายแรงเช่นนี้ คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายคงมีความกังวลใจเกี่ยวกับความปลอดภัยของลูก ดังนั้นการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม และสอนให้เด็กรับรู้ถึงอันตรายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะป้องกันทั้งโรคและภัยที่มากับน้ำได้ โดยมี 3 ประเด็นใหญ่ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสนใจเพื่อให้ลูกยังคงมีสุขภาพที่ดีในช่วงเวลานี้ ดังนี้
 

ใส่ใจเพื่อป้องกันโรค

  • ระวังโรคติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร โรคติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารเป็นโรคที่มักมากับน้ำท่วม โดยเมื่อเด็กกินอาหารและน้ำที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนอยู่ก็อาจเกิดโรคอุจจาระร่วงหรืออหิวาตกโรคได้ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลให้เด็กล้างมือให้สะอาดทุกครั้งโดยเฉพาะก่อนกินอาหารและหลังจากเข้าห้องน้ำ กินอาหารที่ปรุงสุก และดื่มน้ำสะอาด
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็ก หากลูกยังกินนมแม่อยู่ให้กินนมแม่ต่อไป เพราะเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด แต่ถ้าลูกกินนมผสม ควรชงนมด้วยน้ำสะอาดที่ต้มสุก และไม่ควรนำน้ำสกปรกมาล้างภาชนะ ถ้วยชาม ขวดนม รวมถึงอุปกรณ์สำหรับชงนมด้วย

หากเด็กมีอาการท้องเสีย ควรให้เด็กดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ ORS เพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียไป ถ้าเด็กมีอาการไม่ดีขึ้นใน 2-3 วันหรือมีอาการถ่ายเป็นมูกหรือมูกเลือด อาเจียน มีไข้ ควรรีบพาไปพบแพทย์
  • ป้องกันภาวะขาดน้ำ ภาวะขาดน้ำในเด็กอาจเกิดจากการเสียเหงื่อเนื่องจากความเหนื่อยในการเดินลุยน้ำ หรือโรคติดเชื้อในทางเดินอาหาร หรือทั้งสองอย่าง โดยคุณพ่อคุณแม่จะสังเกตอาการได้จากเด็กจะซึม ไม่มีแรง หงุดหงิด ร้องกวน หิวน้ำบ่อย ผิวแห้ง ตัวร้อน และปัสสาวะน้อย ซึ่งหากไม่รีบทำการรักษา อาจทำให้มีอาการรุนแรงขึ้น
คุณพ่อคุณแม่ควรให้เด็กดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ โดยเฉลี่ยแล้วเด็กควรได้รับน้ำต่อวันตามอายุ ดังนี้
 
1-3 ปี: 960 มล. (4 แก้ว)
4-8 ปี: 1,200 มล. (5 แก้ว)
9-13 ปี:
เด็กผู้ชาย: 1,920 มล. (8 แก้ว)
เด็กผู้หญิง: 1,680 มล. (7 แก้ว)
14-18 ปี:
เด็กผู้ชาย: 2,640 มล. (11 แก้ว)
เด็กผู้หญิง: 1,920 มล. (8 แก้ว)
 
หากเด็กมีอาการขาดน้ำ ให้เด็กดื่มน้ำและสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ ORS หรืออาจให้น้ำผลไม้และนมก็ได้ (แต่น้ำเปล่าจะดีที่สุด) ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้น ให้รีบไปพบแพทย์
  • ป้องกันไม่ให้ยุงกัด ยุงที่มาพร้อมน้ำท่วมขังอาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรค เช่น ไข้เลือดออก ไข้มาลาเรีย ในเด็กได้ และเนื่องจากผิวเด็กยังอ่อนบาง จึงมักเกิดตุ่มคันได้ง่าย ดังนั้นจึงควรป้องกันไม่ให้ยุงกัด โดยให้เด็กนอนในมุ้งหรือทายากันยุง หากโดนยุงกัดแล้ว ให้ล้างทำความสะอาดบริเวณที่ถูกกัด และทายาแก้คันหรือคาลาไมน์เพื่อบรรเทาอาการคัน พยายามอย่าให้เด็กเกา เพราะอาจทำให้เกิดแผลที่ผิวหนังและทำให้เชื้อโรคต่างๆ เข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น
  • สอนเด็กให้กำจัดของเสียอย่างถูกวิธี เนื่องจากน้ำท่วมอาจทำให้ไม่สามารถใช้ห้องสุขาได้ คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรให้เด็กขับถ่ายลงในน้ำ เพราะนอกจากจะทำให้น้ำเน่าเสียแล้ว ยังอาจทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้ออหิวาตกโรคในชุมชนได้ จึงควรสอนให้เด็กขับถ่ายในส้วมฉุกเฉินและกำจัดให้ถูกวิธี
ทั้งนี้ คุณพ่อคุณแม่อาจทำส้วมฉุกเฉินโดยใช้สิ่งของ เช่น กล่องกระดาษที่มีขนาดเหมาะสมกับเด็ก และใช้ถุงดำหรือถุงพลาสติกรองรับของเสียจากร่างกาย แล้วมัดปากถุงให้แน่น นำไปทิ้งในที่ที่เหมาะสมและพ้นจากมือเด็ก ไม่ควรทิ้งลงในน้ำ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค
  • ทำความสะอาดแผล และสวมหน้ากากอนามัยเมื่อไม่สบาย หากเด็กมีบาดแผลอันเนื่องจากถูกวัตถุหรือของมีคมตำหรือบาด ควรทำความสะอาดแผลให้สะอาด ใช้แอลกอฮอล์เช็ดแผล และใส่ยาฆ่าเชื้อ หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับน้ำสกปรกในบริเวณที่เป็นแผล ถ้าเป็นแผลที่เท้าควรใส่รองเท้าบูททุกครั้งที่ลุยน้ำ
ในกรณีที่เด็กมีอาการเจ็บป่วย เช่น เป็นไข้ ไอ จาม หรือเป็นหวัด และต้องเข้าไปอยู่ในบริเวณที่มีคนจำนวนมาก ควรสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไปสู่ผู้อื่น
  • นำเด็กไปฉีดวัคซีนตามนัด คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกที่จำเป็นต้องได้รับวัคซีนเป็นระยะๆ เช่น วัคซีน DTP สำหรับป้องกันคอตีบ บาดทะยัก และไอกรน วัคซีน HBV สำหรับป้องกันโรคตับอักเสบบี เป็นต้น เมื่อน้ำลดควรรีบพาเด็กไปฉีดวัคซีนตามนัด แต่ในกรณีที่ไม่สามารถพาเด็กไปรับวัคซีนตามนัดได้ ควรให้เด็กได้รับวัคซีนให้เร็วที่สุด เพื่อกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันมีระดับสูงขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นรับวัคซีนใหม่ ทั้งนี้อาจพาเด็กไปยังสถานพยาบาลเดิมหรือสถานพยาบาลที่สะดวกที่สุดก็ได้ แต่ต้องนำสมุดบันทึกการได้รับวัคซีนไปด้วย  

 

ป้องกันให้ปลอดภัย

  • ระวังไฟดูด ปัญหาเด็กถูกไฟดูดเป็นปัญหาหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงน้ำท่วม คุณพ่อคุณแม่จึงควรสอนให้เด็กรู้ถึงอันตรายของไฟฟ้า หากบริเวณบ้านมีปลั๊กไฟที่เด็กเอื้อมถึง ควรใช้ที่ครอบปลั๊กไฟเพื่อป้องกันเด็กใช้นิ้วมือแหย่เข้าไปในปลั๊กไฟ สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ควรวางในตำแหน่งที่พ้นมือเด็ก และไม่ปล่อยให้เด็กเล่นอยู่ใกล้บริเวณปลั๊กไฟหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าตามลำพัง อย่างไรก็ดี ในกรณีที่น้ำท่วมเข้าบ้าน ควรตัดไฟทันที และไม่แตะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียบปลั๊กอยู่ในขณะตัวเปียกหรือยืนบนพื้นที่เปียก
  • สวมเสื้อชูชีพทุกครั้งก่อนลุยน้ำ คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลลูกอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ไม่ปล่อยให้เด็กลงเล่นน้ำหรืออยู่ในบริเวณที่อาจลื่นพลัดตกน้ำได้ หากต้องพาเด็กลุยน้ำหรือโดยสารทางเรือไม่ว่าระดับน้ำจะลึกหรือตื้น ควรสวมเสื้อชูชีพให้เด็กทุกครั้ง โดยต้องเป็นเสื้อชูชีพที่มีขนาดเหมาะสมสำหรับเด็กและควรใช้สายรัดขาเสมอ กรณีที่เกิดเรือพลิกคว่ำ ให้เด็กตีขาและเป่านกหวีดในเสื้อชูชีพเพื่อขอความช่วยเหลือ
     

ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย

  • ทำกิจกรรมคลายความเครียด ในสถานการณ์เช่นนี้ หากคุณพ่อคุณแม่มีความเครียด  ควรจัดการกับความเครียดของตนเองโดยหลีกเลี่ยงหรือลดการติดตามข่าวสารเกี่ยวกับน้ำท่วมในแต่ละวัน และหาวิธีผ่อนคลายความเครียดโดยการพูดคุยกับคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง หรือหากิจกรรมอื่นทำ เช่น กิจกรรมจิตอาสา เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถให้ข้อมูลแผนการเตรียมตัวรับมือน้ำท่วมให้กับลูก โดยไม่สร้างความเครียดหรือความตื่นกลัวให้กับเด็กจนเกินไป
หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่าลูกมีความเครียด อาจอ่านนิทานให้ลูกฟัง ร้องเพลง หรือออกกำลังกายร่วมกัน รวมถึงอาจสวดมนต์ ทำสมาธิ เพื่อสงบจิตใจได้ด้วย

เมื่อคุณพ่อคุณแม่เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมเพื่อความปลอดภัยของลูกแล้ว ก็ควรเตรียมตัวเตรียมใจของตัวเองอย่างมีสติ เพราะ “ทุกความพร้อมของพ่อแม่ คือ ความปลอดภัยสูงสุดของลูก”

 
 
เรียบเรียงโดย โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
 
Posted by Bumrungrad International
ในสถานการณ์น้ำท่วมที่เริ่มจะดีขึ้น หลายพื้นที่น้ำลดลงแล้ว ผู้ประสบภัยหลายรายเริ่มจะกลับบ้านได้ แต่บ้านที่โดนน้ำท่วม เมื่อน้ำลด ย่อมทิ้งปัญหาเอาไว้ให้เจ้าของบ้านต้องแก้ไข โดยเฉพาะการทำความสะอาดบ้าน
Posted by Bumrungrad International
November 25, 2011
comments
เมื่อน้ำที่ท่วมขังอยู่นานลดลงไป ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เชื้อรา ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายให้กับบ้าน แต่ยังอาจส่งผลต่อสุขภาพของคนในบ้าน โดยเฉพาะคนที่เป็นหอบหืด ภูมิแพ้ หรือโรคในระบบทางเดินหายใจ รวมถึงผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด ผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งอาจแพ้และไวต่อการติดเชื้อรา ดังนั้น เพื่อป้องกันและกำจัดปัญหาเชื้อรา ควรรีบทำความสะอาดบ้านภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังน้ำลด
Posted by Bumrungrad International
November 25, 2011
comments
สถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันส่งผลต่อปัญหาสุขภาพในหลายด้าน สำหรับคนที่ต้องลุยน้ำหรือย่ำน้ำสกปรกซึ่งอาจมีเชื้อโรคปะปนอยู่ มักเกิดโรคผิวหนังที่เรียกว่า “โรคน้ำกัดเท้า”
Posted by Bumrungrad International
November 14, 2011
comments
หลายๆ พื้นที่ระดับนํ้าอาจจะยังอยู่ในภาวะวิกฤติ แต่หลายพื้นที่ระดับนํ้าก็เริ่มลดลงแล้วและแน่นอนว่าจะต้องทิ้งร่องรอยความเสียหายต่ออาคารบ้านเรือนเป็นอย่างมาก ซึ่งหลังน้ำลดแล้ว คุณจะมีวิธีดูแล และฟื้นฟูบ้านอย่างไรบ้าง ซึ่งโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้นำเอาบทความดีๆ จากอาจารย์ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ อดีตนายกสมาคมสถาปนิกสยามฯ ซึ่งเมื่อปี 2538 อย่างที่ทราบกันดีว่าเกิดวิกฤตินํ้าท่วมใหญ่ ในช่วงเวลาดังกล่าวอาจารย์ได้เขียนและจัดพิมพ์หนังสือเรื่อง "บ้านหลังนํ้าท่วม" แต่ในครั้งนี้อุทกภัย ปี 2554 อาจารย์ได้ปรับเนื้อหาให้กระชับมากขึ้น นำเสนอเป็นบทความ เรื่อง "บัญญัติ 21 ประการ บ้านหลังนํ้าท่วม" มาฝากสำหรับผู้ประสบภัยที่บ้านถูกน้ำท่วมกัน
Posted by Bumrungrad International
November 11, 2011
comments
ในช่วงที่หลายจังหวัดในประเทศไทยประสบกับอุทกภัยร้ายแรงเช่นนี้ คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายคงมีความกังวลใจเกี่ยวกับความปลอดภัยของลูก ดังนั้นการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม และสอนให้เด็กรับรู้ถึงอันตรายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะป้องกันทั้งโรคและภัยที่มากับน้ำได้ โดยมี 3 ประเด็นใหญ่ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสนใจเพื่อให้ลูกยังคงมีสุขภาพที่ดีในช่วงเวลานี้
Posted by Bumrungrad International
November 08, 2011
comments
“อาสาบำรุงราษฎร์” ภารกิจจากใจช่วยผู้ประสบอุทกภัย
ทุกสัปดาห์ หน่วยแพทย์ “อาสาบำรุงราษฎร์” มีกำหนดการออกหน่วยเพื่อตรวจสุขภาพให้กับชุมชนต่าง ๆ ที่ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งรวมถึงพื้นที่ของพนักงานของโรงพยาบาลฯ และครอบครัวที่ประสบภัยน้ำท่วมอีกด้วย “อาสาบำรุงราษฎร์” เป็นส่วนหนึ่งของความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภาวะน้ำท่วม ซึ่งรวมถึงการมอบถุงยังชีพและสิ่งของ ตลอดจนการให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บในภาวะน้ำท่วมอีกด้วย
Posted by Bumrungrad International
November 04, 2011
comments

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ