ทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลดให้ปลอดภัยและมีสุขภาพดี

Photo Credit: erikogan

ในสถานการณ์น้ำท่วมที่เริ่มจะดีขึ้น หลายพื้นที่น้ำลดลงแล้ว ผู้ประสบภัยหลายรายเริ่มจะกลับบ้านได้ แต่บ้านที่โดนน้ำท่วม เมื่อน้ำลด ย่อมทิ้งปัญหาเอาไว้ให้เจ้าของบ้านต้องแก้ไข โดยเฉพาะการทำความสะอาดบ้าน
 

ก้าวแรกที่กลับบ้าน


หากคุณปิดบ้านและอพยพไปอยู่ที่อื่นเป็นเวลาหลายวัน เมื่อกลับถึงบ้านเพื่อสำรวจความเสียหายและทำความสะอาดบ้าน คุณควรปฏิบัติตัวดังนี้

  • อย่าจับสายไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือเปิดไฟ หากไม่มั่นใจว่าปลอดภัย อาจให้ช่างไฟฟ้าเข้ามาตรวจสอบระบบไฟในบ้านก่อน
  • ควรเปิดประตูและหน้าต่างเพื่อระบายอากาศอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเข้าไปในตัวบ้าน
  • ไม่ควรให้เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยงเข้าไปอยู่ในบริเวณบ้านก่อนจะทำความสะอาดเสร็จ

นอกจากนี้ ก่อนจะเริ่มลงมือทำความสะอาด คุณควรเตรียมตัวเองให้พร้อมด้วยการแต่งกายให้มิดชิด สวมหน้ากากอนามัย N95 หรือหน้ากากอนามัยที่มีชั้นกรอง ถุงมือ รองเท้าบูท และแว่นตาป้องกัน
 

ขั้นตอนในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคด้วยผลิตภัณฑ์ฟอกขาว


ผลิตภัณฑ์ฟอกขาวที่มีใช้กันอยู่ตามบ้านเป็นหนึ่งทางเลือกที่สามารถนำมาใช้ทำความสะอาดบ้านและสิ่งของเพื่อฆ่าเชื้อโรคได้ โดยทั่วไปแล้วจะใช้ผลิตภัณฑ์ฟอกขาวที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม และมีส่วนประกอบของ sodium hypochlorite 5-6% ซึ่งจะต้องทำการเจือจางกับน้ำ โดยปริมาณขึ้นกับลักษณะของพื้นที่และสิ่งของที่ต้องการทำความสะอาด และเนื่องจากสารละลายเสื่อมสภาพได้เร็ว จึงต้องผสมใหม่ก่อนใช้งานเท่านั้น

อาหารกระป๋องและพื้นผิวที่สัมผัสอาหาร

  • พื้นผิวของอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ที่สัมผัสกับอาหารที่โดนน้ำท่วม เช่น บนโต๊ะที่ทำอาหาร จาน (สำหรับเขียงไม้ จุกขวดนม และจุกนมปลอม ควรทิ้งไป)
    • การเจือจางสารละลาย: ผลิตภัณฑ์ฟอกขาว 1 ช้อนชา (5 มล.) ต่อน้ำสะอาด 1 แกลลอน (3.8 ลิตร)
    • ขั้นตอนการทำความสะอาด
      1. ทำความสะอาดด้วยสบู่และน้ำอุ่นที่สะอาด
      2. ล้างออกด้วยน้ำสะอาด
      3. ฆ่าเชื้อโรคโดยการทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ฟอกขาวที่เจือจางกับน้ำแล้ว
      4. ใช้พัดลมเป่าให้แห้ง
  • อาหารกระป๋องที่ยังไม่ถูกเปิด ยังไม่บุบ หรือไม่มีร่องรอยเสียหาย
    • การเจือจางสารละลาย: ผลิตภัณฑ์ฟอกขาว 1 ถ้วย (240 มล.) ต่อน้ำสะอาด 5 แกลลอน (19 ลิตร)
    • ขั้นตอนการทำความสะอาด
  1. แกะฉลากที่กระป๋องออก
  2. ล้างกระป๋องด้วยสบู่และน้ำอุ่นที่สะอาด
  3. จุ่มกระป๋องในผลิตภัณฑ์ฟอกขาวที่เจือจางกับน้ำแล้ว
  4. ใช้พัดลมเป่าให้แห้ง
  5. เขียนฉลากใหม่ด้วยปากกากันน้ำ

พื้นผิวต่างๆ ในบ้านและสิ่งของอื่นๆ

  • พื้นผิวที่ไม่ได้แช่น้ำแต่อาจสัมผัสกับน้ำท่วม เช่น พื้นห้อง เตา อ่างล้างจาน ของเล่นเด็ก เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร จาน พื้นโต๊ะ และอุปกรณ์อื่นๆ
    • การเจือจางสารละลาย: ผลิตภัณฑ์ฟอกขาว 1 ถ้วย (240 มล.) ต่อน้ำสะอาด 5 แกลลอน (19 ลิตร)
    • ขั้นตอนการทำความสะอาด
  1. ทำความสะอาดพื้นผิวด้วยสบู่และน้ำอุ่นที่สะอาด
  2. ล้างด้วยน้ำสะอาด
  3. ฆ่าเชื้อโรคโดยการทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ฟอกขาวที่เจือจางกับน้ำแล้ว
  4. ใช้พัดลมเป่าให้แห้ง

พื้นผิวแข็งที่มีเชื้อรา

  • พื้นผิวแข็งที่มีการเจริญเติบโตของเชื้อรา เช่น พื้นห้อง เตา อ่างล้างจาน ของเล่นเด็ก เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร จาน พื้นโต๊ะ และอุปกรณ์อื่นๆ
    • การเจือจางสารละลาย: ผลิตภัณฑ์ฟอกขาว 1 ถ้วย (240 มล.) ต่อน้ำสะอาด 1 แกลลอน (19 ลิตร)
    • ขั้นตอนการทำความสะอาด
  1. ผสมผลิตภัณฑ์ฟอกขาว 1 ถ้วย (240 มล.) กับน้ำ 1 แกลลอน
  2. ทำความสะอาดพื้นผิวด้วยผลิตภัณฑ์ฟอกขาวที่เจือจางกับน้ำแล้ว
  3. ถ้าพื้นผิวมีความหยาบ ให้ใช้แปรงแข็งๆ ขัดทำความสะอาด
  4. ล้างพื้นผิวนั้นด้วยน้ำสะอาด
  5. ใช้พัดลมเป่าให้แห้ง

ข้อควรระวังในการใช้ผลิตภัณฑ์ฟอกขาว

  1. ห้ามผสมผลิตภัณฑ์ฟอกขาวกับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอมโมเนียหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่นโดยเด็ดขาด เนื่องจากทำให้เกิดก๊าซที่เป็นอันตรายและเป็นพิษ
  2. ขณะทำความสะอาดควรเปิดประตูและหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท เนื่องจากผลิตภัณฑ์ฟอกขาวอาจทำให้ระคายเคืองเยื่อบุตาและทางเดินหายใจได้
  3. ผู้ทำความสะอาดจะต้องสวมหน้ากากอนามัย N95 ถุงมือ รองเท้าบูท และแว่นตาป้องกันตลอดเวลา
  4. อ่านฉลากทุกครั้งก่อนใช้ ห้ามสัมผัสกับผลิตภัณฑ์โดยตรง และเก็บผลิตภัณฑ์ให้พ้นมือเด็ก


อ้างอิง: http://www.bt.cdc.gov/disasters/bleach.asp

เรียบเรียงโดย โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
 

Posted by Bumrungrad International
ในสถานการณ์น้ำท่วมที่เริ่มจะดีขึ้น หลายพื้นที่น้ำลดลงแล้ว ผู้ประสบภัยหลายรายเริ่มจะกลับบ้านได้ แต่บ้านที่โดนน้ำท่วม เมื่อน้ำลด ย่อมทิ้งปัญหาเอาไว้ให้เจ้าของบ้านต้องแก้ไข โดยเฉพาะการทำความสะอาดบ้าน
Posted by Bumrungrad International
November 25, 2011
comments
เมื่อน้ำที่ท่วมขังอยู่นานลดลงไป ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เชื้อรา ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายให้กับบ้าน แต่ยังอาจส่งผลต่อสุขภาพของคนในบ้าน โดยเฉพาะคนที่เป็นหอบหืด ภูมิแพ้ หรือโรคในระบบทางเดินหายใจ รวมถึงผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด ผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งอาจแพ้และไวต่อการติดเชื้อรา ดังนั้น เพื่อป้องกันและกำจัดปัญหาเชื้อรา ควรรีบทำความสะอาดบ้านภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังน้ำลด
Posted by Bumrungrad International
November 25, 2011
comments
สถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันส่งผลต่อปัญหาสุขภาพในหลายด้าน สำหรับคนที่ต้องลุยน้ำหรือย่ำน้ำสกปรกซึ่งอาจมีเชื้อโรคปะปนอยู่ มักเกิดโรคผิวหนังที่เรียกว่า “โรคน้ำกัดเท้า”
Posted by Bumrungrad International
November 14, 2011
comments
หลายๆ พื้นที่ระดับนํ้าอาจจะยังอยู่ในภาวะวิกฤติ แต่หลายพื้นที่ระดับนํ้าก็เริ่มลดลงแล้วและแน่นอนว่าจะต้องทิ้งร่องรอยความเสียหายต่ออาคารบ้านเรือนเป็นอย่างมาก ซึ่งหลังน้ำลดแล้ว คุณจะมีวิธีดูแล และฟื้นฟูบ้านอย่างไรบ้าง ซึ่งโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้นำเอาบทความดีๆ จากอาจารย์ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ อดีตนายกสมาคมสถาปนิกสยามฯ ซึ่งเมื่อปี 2538 อย่างที่ทราบกันดีว่าเกิดวิกฤตินํ้าท่วมใหญ่ ในช่วงเวลาดังกล่าวอาจารย์ได้เขียนและจัดพิมพ์หนังสือเรื่อง "บ้านหลังนํ้าท่วม" แต่ในครั้งนี้อุทกภัย ปี 2554 อาจารย์ได้ปรับเนื้อหาให้กระชับมากขึ้น นำเสนอเป็นบทความ เรื่อง "บัญญัติ 21 ประการ บ้านหลังนํ้าท่วม" มาฝากสำหรับผู้ประสบภัยที่บ้านถูกน้ำท่วมกัน
Posted by Bumrungrad International
November 11, 2011
comments
ในช่วงที่หลายจังหวัดในประเทศไทยประสบกับอุทกภัยร้ายแรงเช่นนี้ คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายคงมีความกังวลใจเกี่ยวกับความปลอดภัยของลูก ดังนั้นการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม และสอนให้เด็กรับรู้ถึงอันตรายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะป้องกันทั้งโรคและภัยที่มากับน้ำได้ โดยมี 3 ประเด็นใหญ่ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสนใจเพื่อให้ลูกยังคงมีสุขภาพที่ดีในช่วงเวลานี้
Posted by Bumrungrad International
November 08, 2011
comments
“อาสาบำรุงราษฎร์” ภารกิจจากใจช่วยผู้ประสบอุทกภัย
ทุกสัปดาห์ หน่วยแพทย์ “อาสาบำรุงราษฎร์” มีกำหนดการออกหน่วยเพื่อตรวจสุขภาพให้กับชุมชนต่าง ๆ ที่ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งรวมถึงพื้นที่ของพนักงานของโรงพยาบาลฯ และครอบครัวที่ประสบภัยน้ำท่วมอีกด้วย “อาสาบำรุงราษฎร์” เป็นส่วนหนึ่งของความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภาวะน้ำท่วม ซึ่งรวมถึงการมอบถุงยังชีพและสิ่งของ ตลอดจนการให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บในภาวะน้ำท่วมอีกด้วย
Posted by Bumrungrad International
November 04, 2011
comments

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ