ม่านตาอักเสบ ปล่อยไว้เสี่ยงตาบอด

ดวงตาของคนเราจะมีลักษณะเป็นทรงกลมคล้ายลูกบอล ภายในประกอบด้วยอวัยวะต่างๆ เรียงกันเป็นชั้นๆ ทั้งหมดสามชั้น โดยชั้นนอกสุด คือตาขาว (sclera) ทำหน้าที่คงรูปร่างของดวงตาและป้องกันสิ่งแปลกปลอมจากภายนอก ชั้นกลาง คือเนื้อเยื่อยูเวีย (uvea) ประกอบด้วยเส้นเลือดมากมาย และชั้นในจะประกอบไปด้วยน้ำและวุ้นตา (aqueous/vitreous) คอยหล่อเลี้ยงอวัยวะภายในของดวงตา เช่น เลนส์แก้วตา

ภาวะม่านตาอักเสบ หรือ ยูเวียอักเสบ (uveitis) เป็นคำรวมๆที่ใช้เรียกภาวะที่มีการอักเสบของเนื้อเยื่อชั้นกลางภายในลูกตา(uvea) ซึ่งประกอบไปด้วย

  • ม่านตา (iris) อยู่ส่วนหน้าสุดของดวงตา เป็นส่วนที่ทำให้ตาของคนเรามีสี มีหน้าที่ควบคุมปริมาณแสงที่จะเข้าสู่ดวงตา โดยจะหดเวลาอยู่ในที่สว่างและขยายเวลาอยู่ในที่มืด
  • เนื้อเยื่อซิลเลียรี่ (ciliary body) เป็นส่วนควบคุมการสร้างน้ำในตาและสัมพันธ์กับการปรับความคมชัดของการมองเห็นแต่ละระยะ (focusing)
  • เนื้อเยื่อคอรอยด์ (choroid) เป็นเนื้อเยื่อส่วนหลังของดวงตาประกอบไปด้วยเส้นเลือดมากมาย ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงเส้นประสาทและจอประสาทตา

เมื่อมีการอักเสบของเนื้อเยื่อยูเวียนี้จึงสามารถส่งผลต่อคุณภาพการมองเห็นได้เป็นอย่างมาก อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี

โรคม่านตาอักเสบนี้มีอุบัติการณ์ 17-52 ต่อประชากร 100,000 ราย มากน้อยแตกต่างกันตามเชื้อชาติและถิ่นที่อยู่ โดยพบว่า 10-14% ของผู้ป่วยจะมีความรุนแรงของโรคมากจนทำให้สูญเสียการมองเห็นได้ ที่สำคัญโรคนี้ยังพบบ่อยในวัยทำงาน คืออายุระหว่าง 20-59 ปี จึงถือว่าเป็นภาวะมีความสำคัญต่อระบบสาธารณสุขโดยรวมของประเทศและของโลก

ผู้ป่วยโรคม่านตาอักเสบสามารถมีอาการนำและอาการแสดงได้หลายแบบขึ้นกับอวัยวะที่มีการอักเสบ เช่น ถ้ามีม่านตาอักเสบมักมีอาการตาแดง ปวดตา สู้แสงไม่ได้ การมองเห็นแย่ลง ถ้ามีวุ้นตาอักเสบอาจเห็นจุดลอยไปมามากขึ้นโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงของระดับการมองเห็น หรือถ้ามีจอตาอักเสบอาจสูญเสียการมองเห็นทั้งหมดหรือเป็นส่วนๆ ที่เรียกว่าสูญเสียลานสายตาก็ได้ โดยอาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นอย่างฉับพลันหรือค่อยเป็นค่อยไป

ปัจจุบันเราสามารถแยกแยะประเภทและชนิดของม่านตาอักเสบได้หลายแบบ โดยสาเหตุที่พบบ่อยของม่านตาอักเสบในประเทศไทยของเรารวมถึงกลุ่มประเทศแถบเอเชีย ได้แก่ การติดเชื้อ โรคแพ้ภูมิตัวเอง โรคเส้นเลือดอักเสบ โรคมะเร็ง เป็นต้น โดยในอดีตโรคม่านตาอักเสบเราสามารถให้คำวินิจฉัยและบอกสาเหตุเฉพาะเจาะจงได้แค่ 40-50%เท่านั้น แต่ด้วยความรู้ความเข้าใจในตัวโรคที่มากขึ้น อีกทั้งมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ปัจจุบันเราสามารถระบุสาเหตุของม่านตาอักเสบได้มากถึง 80% โดยเฉพาะในกลุ่มโรคติดเชื้อ

ดังนั้นหากเรามีอาการแสดงที่ทำให้สงสัยว่ามีภาวะยูเวียอักเสบหรือม่านตาอักเสบ หรือเป็นผู้ที่มีภาวะเสี่ยงที่จะมีภาวะม่านตาอักเสบร่วมด้วย ได้แก่ ผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเอง เช่นโรคพุ่มพวง หรือ SLE โรคกระดูกสันหลังอักเสบ (Ankylosing Spondylitis) โรคผิวหนังแข็ง(Scleroderma) และผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ควรมาพบและปรึกษาจักษุแพทย์เฉพาะทางสาขาภูมิคุ้มกันและการอักเสบ (Uveitis specialist) เพื่อวินิจฉัยและรักษาต่อไป โดยจักษุแพทย์ก็จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกายและตาอย่างละเอียด นอกจากนี้หากจำเป็นอาจแนะนำให้เข้ารับการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ เพื่อให้การวินิจฉัยและรักษาต่อไป

เรียบเรียงโดย นพ.ชัยศิริ จําเริญดารารัศมี จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโรคม่านตาอักเสบ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

IMG
IMG
IMG
IMG

 

Posted by Bumrungrad International
ใครเหมาะสมรักษาสายตาผิดปกติแบบ ReLEx SMILE
ReLEx SMILE เป็นเทคนิคการผ่าตัดแก้ไขสายตาสั้นและเอียงด้วยเลเซอร์รุ่นล่าสุด แล้วใครบ้างที่สามารถเข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้ได้
Posted by Bumrungrad International
March 30, 2017
comments
การเตรียมตัวก่อนและหลังรักษาภาวะสายตาผิดปกติ (ReLEx SMILE)
การรักษาด้วยวิธี ReLEx SMILE ควรมาถึงก่อนเวลาผ่าตัด 2 ชั่วโมง และเมื่อทำเสร็จแล้ว ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้โดยไม่ต้องนอนพัก
Posted by Bumrungrad International
March 30, 2017
comments
ทางเลือกในการรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก
ข้อบ่งชี้ของทางเลือกในการรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก ได้แก่ ตำแหน่ง ขนาด ระยะของเซลล์มะเร็ง สภาพร่างกายและจิตใจ
Posted by Bumrungrad International
March 27, 2017
comments
รักษาท่อน้ำตาอุดตันด้วยเทคโนโลยีการผ่าตัดส่องกล้อง
ด้วยเทคโนโลยีการผ่าตัดแบบส่องกล้อง (endoscopic dacryocystorhinostomy)
Posted by Bumrungrad International
March 09, 2017
comments
ม่านตาอักเสบ ปล่อยไว้เสี่ยงตาบอด
เมื่อมีการอักเสบของเนื้อเยื่อยูเวียนี้จึงสามารถส่งผลต่อคุณภาพการมองเห็นได้เป็นอย่างมาก
Posted by Bumrungrad International
March 09, 2017
comments

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ