เนื้องอกในสมอง

เนื้องอกในสมอง อาการและการรักษา

เนื้องอกในสมองเป็นโรคที่พบได้ในคนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กเล็กๆ วัยรุ่น ไปจนถึงผู้ใหญ่ที่มีอายุมาก โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด ส่วนใหญ่เกิดขึ้นเอง แต่อาจมีผู้ป่วยบางรายที่พบว่ามีความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็น ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยที่มีเนื้องอกในสมองจะทำให้มีญาติพี่น้องเป็นโรคทุกคน ยังมีสาเหตุอื่นที่อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงได้ เช่น การเป็นมะเร็งที่ส่วนอื่นของร่างกายซึ่งมีโอกาสกระจายไปที่สมอง


โดยทั่วไป เนื้องอกในสมองแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  • เนื้องอกของเซลล์ที่อยู่ที่สมองเอง ซึ่งจะแบ่งออกเป็นชนิดที่เป็นเนื้อร้ายกับชนิดที่ไม่ใช่เนื้อร้าย โดยส่วนใหญ่มักพบชนิดที่ไม่ใช่เนื้อร้ายมากกว่า
  • เนื้องอกที่กระจายมาจากส่วนอื่นของร่างกายและลุกลามมาที่สมอง

อาการของโรคเนื้องอกในสมองมีหลายรูปแบบ แต่อาการที่พบได้เป็นส่วนใหญ่และควรรีบมาพบแพทย์ ได้แก่

  • อาการปวดศีรษะ เป็นอาการที่พบได้บ่อย ซึ่งโดยทั่วไปผู้ป่วยโรคทางสมองประมาณ 60-70% จะมีอาการปวดศีรษะอยู่แล้ว แต่สำหรับโรคเนื้องอกในสมองจะมีอาการเฉพาะเจาะจง เช่น
    • อาการปวดศีรษะติดต่อกันเป็นระยะเวลานานพอสมควร อาจจะหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน และมีอาการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
    • อาการปวดศีรษะตอนกลางคืน จนอาจทำให้ต้องตื่นขึ้นมากลางดึก
  • อาการอ่อนแรงของร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือมีการทำงานของเส้นประสาทบางเส้นอ่อนแรงไป ส่วนใหญ่อาการนี้มักค่อยเป็นค่อยไป และจะมีอาการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะเวลา เช่น แขนอ่อนแรง อาจเริ่มจากอ่อนแรงเล็กน้อย เมื่อเวลาผ่านไปก็อ่อนแรงมากขึ้น ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการหน้าเบี้ยวหรือหูไม่ได้ยินได้
  • อาการที่เกิดจากมีการกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท เช่น อาการกระตุก ชัก โดยเฉพาะอาการชักเฉพาะที่ เช่น ชักเฉพาะแขน หรือชักเฉพาะขา หรือมีหน้ากระตุกอย่างเดียว เป็นต้น หรืออาการชักในผู้สูงอายุที่ไม่เคยมีอาการมาก่อน ก็อาจมีสาเหตุจากเนื้องอกได้เช่นกัน

สำหรับการวินิจฉัยโรคเนื้องอกในสมอง นอกเหนือจากการซักประวัติและตรวจร่างกายแล้ว แพทย์อาจทำการตรวจเพิ่มเติมด้วยการตรวจสมองโดยใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งจะทำให้เห็นภาพในสมอง ช่วยให้แพทย์สามารถบอกชนิดของเนื้องอกหรือคาดการณ์ได้มากขึ้นว่าเนื้องอกนั้นน่าจะเป็นอะไร รวมถึงช่วยวางแผนในการรักษาได้ด้วย

ในปัจจุบันแนวทางการรักษาเนื้องอกในสมองมีอยู่ 3 วิธีใหญ่ๆ คือ การผ่าตัด การฉายรังสี และการให้ยาเคมีบำบัด ซึ่งแพทย์จะพิจารณาเลือกแนวทางการรักษาโดยพิจารณาจากหลายปัจจัย อาทิ อาการของผู้ป่วย ตำแหน่งของเนื้องอก และขนาดของเนื้องอก หากผู้ป่วยมีเนื้องอกที่ไม่ได้ทำให้เกิดอาการและมีขนาดเล็กมาก อยู่ในตำแหน่งของสมองที่ไม่ได้ทำให้เกิดการสูญเสียการทำงานของร่างกาย อาจเพียงแค่ติดตามอาการเพื่อดูว่ามีการขยายตัวของเนื้องอกเพิ่มขึ้นหรือไม่ ถ้ามีการขยายตัวเพิ่มขึ้นจึงค่อยทำการรักษา แต่ถ้าเนื้องอกมีขนาดใหญ่พอสมควรและทำให้เกิดอาการ เช่น อ่อนแรงหรือปวดศีรษะมาก ก็จำเป็นต้องทำการผ่าตัดเพื่อเอาก้อนเนื้องอกออกไป ในกรณีที่ผ่าตัดเนื้องอกออกไปแล้ว พบว่าเป็นเนื้อร้ายก็อาจต้องทำการฉายรังสีหรือให้ยาเคมีบำบัดร่วมด้วย

ดังนั้น หากมีสัญญาณอันตรายที่เกิดขึ้นกับร่างกายที่อาจบ่งบอกว่ามีเนื้องอกในสมอง เช่น อาการปวดศีรษะเรื้อรังที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาการอ่อนแรงที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย อาการกระตุก ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้สามารถทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที


เรียบเรียงโดย นพ.วีระศักดิ์ ธีระพันธ์เจริญ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคทางระบบประสาทและสมอง ศูนย์โรคระบบประสาท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
 

Posted by Bumrungrad International

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

บล็อกของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ติดตามบล็อกของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ผ่าน RSS Feed