ต้อกระจกกับการรักษาด้วยเลเซอร์ (Femtosecond laser)

อาการต้อกระจก และการรักษาด้วย Femtosecondlaser
ต้อกระจก เป็นภาวะการเสื่อมสภาพของลูกตาตามวัยที่เพิ่มขึ้น คือเมื่ออายุมากขึ้น เลนส์แก้วตาที่เคยใสก็จะมีการขุ่นมัว ทำให้ตามัว มองเห็นไม่ชัดเจน จนอาจส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน โรคนี้สามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย ทุกคนต้องเป็น ไม่ช้าก็เร็ว โดยจะพบมากในผู้สูงอายุ เนื่องจากสาเหตุหลักๆ มาจากความเสื่อมที่มาตามวัย แต่ในผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือผู้ที่ได้รับแสงอัลตราไวโอเลตเข้าตาเป็นเวลานานๆ ก็อาจเป็นต้อกระจกได้เร็วกว่าคนที่มีสุขภาพร่างกายปกติหรือไม่ได้โดนแสงเป็นประจำ
 
อาการหรือสัญญาณเตือนของต้อกระจก ได้แก่ ตาเริ่มมัว เริ่มมองเห็นไม่ชัดเจน สิ่งที่เคยมองเห็นได้ชัดก็จะเห็นชัดน้อยลงไป ซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่รักษา สุดท้ายการมองเห็นก็จะลดน้อยลงจนมองไม่เห็นอะไรเหมือนกับคนตาบอดในที่สุด
 
ต้อกระจกสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดและใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปทดแทน โดยที่ผ่านมาแพทย์จะต้องใช้ใบมีดในการเปิดแผลที่บริเวณขอบกระจกตาดำของผู้ป่วยเพื่อใช้เครื่องมือในการดูดเลนส์แก้วตาที่เป็นต้อกระจกออกและใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไป ซึ่งวิธีนี้อาจมีข้อเสียในเรื่องของความแม่นยำและแผลอาจมีความบอบช้ำมาก
 
ในปัจจุบันมีวิวัฒนาการของการผ่าตัดต้อกระจกโดยการใช้เลเซอร์เข้ามาช่วยในการผ่าตัดทดแทนการใช้ใบมีด โดยเทคโนโลยีล่าสุดเป็นการใช้เลเซอร์ที่เรียกว่า femtosecond laser ซึ่งใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการควบคุมการทำงาน จึงช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เปิดแผลได้อย่างแม่นยำ สามารถเปิดถุงหุ้มเลนส์ให้มีขนาดตามต้องการและวางเลนส์แก้วตาเทียมให้อยู่ตำแหน่งตรงกลางได้แม่นยำขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้สามารถแก้ไขสายตาเอียงให้ได้ตรงองศาที่แน่นอนอีกด้วย
 
ดังนั้น การใช้ femtosecond laser ในการรักษาต้อกระจกจึงมีข้อดีคือ ช่วยให้การผ่าตัดมีความแม่นยำและเที่ยงตรงมากขึ้น สามารถลดอันตรายจากโรคแทรกซ้อนจากการผ่าตัดได้ อย่างไรก็ดี การรักษาต้อกระจกด้วย femtosecond laser ก็ยังคงมีข้อจำกัดคือ ไม่สามารถใช้ในผู้ที่มีแผลเป็น ผู้ที่มีกระจกตาดำขุ่นมัวซึ่งแสงเลเซอร์ไม่สามารถทะลุผ่านได้ หรือผู้ที่ไม่สามารถขยายม่านตาได้
 
สำหรับผู้ที่สามารถรักษาต้อกระจกด้วย femtosecond laser ก่อนเข้ารับการผ่าตัดจักษุแพทย์จะซักประวัติเกี่ยวกับโรคทางร่างกายและตรวจตาอย่างละเอียดเพื่อดูว่ามีโรคตาอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจมีผลต่อการรักษาหรือไม่ พร้อมกับวัดขนาดเลนส์เทียมที่จะใส่ นอกจากนี้ ผู้ป่วยยังต้องเข้ารับการตรวจร่างกายกับอายุรแพทย์ เพื่อให้มั่นใจว่าสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคที่อาจเป็นอันตรายในระหว่างการผ่าตัดหรือหลังการผ่าตัด หรือส่งผลให้การรักษาไม่ได้ผลด้วย
 
หลังการรักษาต้อกระจกด้วย femtosecond laser ผู้ป่วยจะสามารถมองเห็นได้ทันทีและใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ต้องระมัดระวังเรื่องของการติดเชื้อ โดยผู้ป่วยควรปิดตาไว้ก่อน 1 วัน หลีกเลี่ยงการล้างหน้าและสระผมเป็นเวลา 5 วัน รวมถึงหมั่นล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนสัมผัสโดนนัยน์ตา
 
ทั้งนี้ ผู้ที่เข้ารับการรักษาต้อกระจกแล้วจะไม่กลับมาเป็นต้อกระจกอีก เพียงแต่อาจเกิดการขุ่นของเยื่อห่อหุ้มเลนส์ได้ภายใน 5 ปีหลังการผ่าตัด ซึ่งสามารถรักษาได้โดยการยิงเลเซอร์ อย่างไรก็ตาม การดูแลถนอมดวงตายังคงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยควรสวมแว่นตากรองแสงอัลตราไวโอเลตและตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีควรตรวจสุขภาพตาทุกปี เพื่อให้ดวงตาสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้อย่างสดใสไปอีกนานๆ
 
 
เรียบเรียงโดย รศ.นพ.เอกชัย ภาคสุวรรณ จักษุแพทย์ ศูนย์จักษุ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
 
Posted by Bumrungrad International

เรียบเรียงโดย

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

บล็อกของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ติดตามบล็อกของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ผ่าน RSS Feed