เริ่มดูแลตั้งแต่ต้นปี เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้สูงวัย

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายก็ย่อมมีการเสื่อมถอยเป็นธรรมดา เพิ่งเริ่มต้นปีได้ไม่นาน ก็จะย่างเข้าสู่เดือนที่สามของปีกันแล้ว เรามาเริ่มต้นดูแลสุขภาพกันตั้งแต่ต้นปีดีกว่า โดยเฉพาะผู้สูงวัย จะได้ปลอดโรคภัย มีสุขภาพดี และมีความสุขตลอดทั้งปี
 
เมื่อพูดถึงผู้สูงวัย โดยทั่วไปหมายถึงผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นวัยที่มาพร้อมกับความเสื่อมถอยของร่างกาย การดูแลสุขภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ แม้จะเป็นผู้ที่ยังแข็งแรง ก็ไม่อาจละเลยการดูแลสุขภาพได้ วิธีหนึ่งที่จะสามารถช่วยป้องกันโรคต่างๆ ได้ก็คือการตรวจสุขภาพประจำปี โดยโรคที่ผู้สูงวัยควรเฝ้าระวังคือ
  • โรคที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือด เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งมักมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น โดยปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคเหล่านี้คือ น้ำตาลและไขมัน ผู้สูงวัยจึงควรตระหนักและควบคุมพฤติกรรมการบริโภคให้เหมาะสม เพราะแม้วันนี้จะยังไม่เป็นโรค แต่ถ้าละเลยการดูแลสุขภาพก็อาจจะเป็นโรคได้ใน 5-10 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ ผู้สูงวัยสามารถขอรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ว่าจะปรับพฤติกรรมเพื่อควบคุมระดับความดันโลหิต น้ำตาล และไขมัน ให้เหมาะสมได้อย่างไร
  • โรคมะเร็ง ในผู้หญิงควรตรวจแมมโมแกรมเพื่อตรวจหามะเร็งเต้านมปีละครั้ง ตรวจมะเร็งปากมดลูก ในผู้ชายควรตรวจ PSA สำหรับมะเร็งต่อมลูกหมาก ส่วนสิ่งที่ควรตรวจในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปไม่ว่าจะเพศใดก็ตามคือ การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่เพื่อคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ หากตรวจไม่พบความผิดปกติใดๆ ก็สามารถเข้ารับการตรวจในอีก 5 ถึง 10 ปีข้างหน้าได้
  • โรคกระดูกพรุน โดยเฉพาะผู้หญิงในวัยหลังหมดประจำเดือน ซึ่งจะมีความเสี่ยงของการเกิดโรคมากกว่าผู้ชาย ควรเข้ารับการตรวจวัดมวลกระดูก เพื่อตรวจความหนาแน่นของกระดูกและคัดกรองโรคกระดูกพรุน จะได้ทราบความเสี่ยงของการเกิดโรคและหาทางป้องกันไม่ให้เกิดโรคเมื่อมีอายุมากขึ้น นอกเหนือจากการตรวจวัดมวลกระดูกแล้ว แพทย์บางท่านอาจทำการตรวจวัดระดับวิตามินดี ซึ่งสำคัญต่อการดูดซึมของแคลเซียมและความแข็งแรงของกระดูก หากพบปัญหา แพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับโภชนาการหรือการให้อาหารเสริมต่อไป
สำหรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรค วัคซีนที่แนะนำสำหรับผู้สูงวัยอายุ 65 ปีขึ้นไป ได้แก่
  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฉีดปีละครั้ง
  • วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ (pneumococcal vaccine) ป้องกันปอดอักเสบที่เกิดจากเชื้อ pneumococcus เท่านั้น ฉีดเพียงครั้งเดียว สามารถป้องกันได้ตลอดชีวิต
  • วัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก ฉีดทุก 10 ปี เพื่อป้องกันบาดทะยักในกรณีที่ผู้สูงวัยอาจหกล้มและมีแผลสกปรก
อย่างไรก็ดี การตรวจสุขภาพและการฉีดวัคซีนเป็นเพียงการช่วยป้องกันโรคได้ส่วนหนึ่งเท่านั้น สิ่งที่สำคัญสำหรับการมีสุขภาพดีอย่างยาวนานคือการปฏิบัติตัวในการดูแลสุขภาพของผู้สูงวัยเอง คำแนะนำเพื่อการมีสุขภาพดี ได้แก่
  • เคลื่อนไหวร่างกายตลอดเวลา โดยในผู้สูงวัยที่ยังออกกำลังกายได้ ควรออกกำลังกายที่ทำให้หัวใจเต้นเร็ว เช่น เดิน ประมาณวันละ 20-30 นาที ซึ่งจะช่วยฝึกการทรงตัวและป้องกันต้านโรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน ช่วยยับยั้งการหกล้ม ทำให้กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรง ยับยั้งการลีบของกล้ามเนื้อ ทั้งนี้สามารถขอคำแนะนำจากแพทย์ได้ถึงท่าหรือวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสม
  • รับประทานอาหารที่มีโภชนาการสูง โดยโภชนาการสำหรับผู้สูงวัยถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยยับยั้งการอักเสบติดเชื้อ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ส่งผลต่อสมองและความจำที่ดี ผู้สูงวัยควรรับประทานอาหารให้ครบหมู่และหลากหลาย โดยสารอาหารที่สำคัญสำหรับผู้สูงวัยแต่กลับพบว่ามักได้รับไม่พอเพียง คือ โปรตีน เพราะผู้สูงวัยอาจมีปัญหาในการเคี้ยวและมักเข้าใจว่าการรับประทานเนื้อสัตว์มากๆ จะไม่ดี ดังนั้นแนะนำให้รับประทานโปรตีนจากนม ไข่ขาว เต้าหู้ และปลา ถ้าเบื่ออาหารหรือมีปัญหาการเคี้ยว อาจปรับวิธีการทำอาหารโดยทำอาหารเหลว อาหารปั่น แล้วผสมอาหารที่เป็นโปรตีนต่างๆ เข้าไปก็ได้
  • ดูแลเรื่องของสุขภาพจิต โดยการทำกิจวัตรประจำวัน งานอดิเรก หรือกิจกรรมต่างๆ ตามปกติเท่าที่ทำได้ หากผู้สูงวัยยังสามารถทำงานหรือกิจกรรมต่างๆ ได้ด้วยตนเอง ลูกหลานผู้ดูแลควรสนับสนุนให้ทำต่อไป เพื่อเป็นการกระตุ้นการใช้งานของสมองอย่างสม่ำเสมอ และเพื่อป้องกันการเบื่อ เหงา รู้สึกตัวเองไม่มีค่า ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าตามมาได้
  • ตรวจสุขภาพเป็นประจำ หากไม่มีโรคประจำตัวหรือโรคที่ต้องเฝ้าระวัง ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพปีละครั้ง แต่หากมีโรคประจำตัวควรพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ ในการตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับผู้สูงวัยควรเข้ารับตรวจตาและตรวจฟันด้วย
  • บริหารสมองเป็นประจำเพื่อช่วยเรื่องความจำ ดังที่กล่าวไปแล้วว่าหากผู้สูงอายุยังสามารถทำงานหรือทำกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือตนเองได้ ก็ควรให้ทำต่อไป เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยในการบริหารสมองได้ นอกจากนี้ การออกกำลังกาย โภชนาการ การจัดการความเครียด ล้วนมีผลต่อความจำและสมองทั้งสิ้น หากผู้สูงวัยเริ่มมีอาการหลงลืมและสงสัยว่าจะเป็นโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์หรือสมองเสื่อมจากเส้นเลือดตีบในสมอง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย
เรียบเรียงโดย พญ.ลิลลี่ ชัยสมพงษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
Posted by Bumrungrad International
เริ่มดูแลตั้งแต่ต้นปี เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้สูงวัย
เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายก็ย่อมมีการเสื่อมถอยเป็นธรรมดา เพิ่งเริ่มต้นปีได้ไม่นาน ก็จะย่างเข้าสู่เดือนที่สามของปีกันแล้ว เรามาเริ่มต้นดูแลสุขภาพกันตั้งแต่ต้นปีดีกว่า โดยเฉพาะผู้สูงวัย จะได้ปลอดโรคภัย มีสุขภาพดี และมีความสุขตลอดทั้งปี
Posted by Bumrungrad International
February 26, 2014
comments
หัวใจเต้นผิดจังหวะ ภัยเงียบที่ร้ายแรง
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยมีอาการเหล่านี้ วิงเวียน หน้ามืด ตาลาย ใจสั่นบริเวณหน้าอก หายใจขัด เจ็บแน่นบริเวณหน้าอก เป็นลมหมดสติ นั่นเป็นสัญญาณที่บอกว่าคุณควรพบแพทย์ เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นอาการของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
Posted by Bumrungrad International
February 03, 2014
comments

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ