เคล็ดลับก่อนไปงานปาร์ตี้ของผู้เป็นเบาหวาน

อาหารสำหรับผู้เป็นเบาหวาน
Photo Credit: Andrew Stawarz

เทศกาลรื่นเริงที่มีการเฉลิมฉลองอย่างเช่นงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บางครั้งอาจทำให้ผู้มีโรคประจำตัวที่ต้องควบคุมอาหารไม่กล้าที่จะออกไปสนุกสนานกับเพื่อนๆ หรือครอบครัว เพราะกลัวกังวลว่าจะกินอาหารมากเกินไป ไม่รู้จะเลือกกินอย่างไร เพราะอาหารพิเศษที่ควบคุมแคลอรีนั้นมักจะไม่นิยมจัดในงานเลี้ยง จริงๆ แล้วผู้เป็นเบาหวานสามารถออกไปสังสรรค์งานปาร์ตี้นอกบ้านได้อย่างมีความสุข เพียงแค่วางแผนการรับประทานไว้ล่วงหน้า เพราะหากไม่เตรียมตัวให้พร้อม เมื่อเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอาหารมากมายอาจยั้งใจไม่ทัน
 

เตรียมตัวให้พร้อมไปงานปาร์ตี้สำหรับผู้เป็นเบาหวาน


    1. ไม่ปล่อยให้หิวมากเกินก่อนไปถึงงานเลี้ยง การอดอาหารทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ลดความอดทนอดกลั้น เมื่อได้กลิ่นอาหารหรือเห็นอาหารก็จะอยากกินทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า ดังนั้นควรกินอาหารว่างเบาๆ เล็กน้อยก่อนไปงานเลี้ยงอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เช่น น้ำเต้าหู้ โยเกิร์ต นมสด แครกเกอร์ หรือผลไม้ไม่หวานมาก 1 ผล เช่น ส้ม แอปเปิล สาลี่
    2. ไม่จำเป็นต้องกินอาหารทุกชนิดในงานเลี้ยง ควรเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพก่อนเสมอ เช่น สลัด ซุปต่างๆ แล้วจึงค่อยกินอาหารอื่นๆ
    3. เลือกกินอาหารที่มีไขมันน้อยๆ ก่อนไปงานปาร์ตี้ควรทำความรู้จักกับชนิดอาหารที่มีไขมันสูงเสียก่อน เพราะอาหารบางชนิดมองไม่ออกว่ามีไขมันซ่อนอยู่ จึงอาจทำให้เข้าใจผิดได้ ถึงแม้ว่าไขมันจะทำให้ระดับน้ำตาลขึ้นช้ากว่าข้าว แป้ง แต่ไขมันทำให้น้ำหนักตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินได้
ตัวอย่างอาหารที่มีไขมันสูง
    • อาหารทอด เช่น ทอดมัน ข้าวตังทอด ข้าวเกรียบทอด หมูแดดเดียว ไก่ทอด
    • หนังและไขมันสัตว์ เช่น ไส้กรอก เบคอน ขนมจีบ คอหมูย่าง
    • ซุปข้น เช่น ซุปเห็ด ซุปแครอท ซุปข้าวโพด
    • น้ำสลัด ครีมต่างๆ เช่น วิปปิ้งครีม แซนด์วิชสเปรด
    • อาหารที่มีส่วนผสมของเนย เช่น ขนมเค้ก คุกกี้ พิซซ่า ช็อกโกแลต พาย โดนัท
    • กะทิเข้มข้น เช่น แกงเขียวหวาน แพนง มัสมั่น
    • ถั่วต่างๆ เช่น อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วลิสง
    • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้พลังงานเกือบเท่าไขมันคือ 1 กรัม = 7 กิโลแคลอรี แอลกอฮอล์จะถูกนำไปเก็บสะสมเป็นไขมันในร่างกายของเรา
  1. กินของทอดได้บ้าง แต่ต้องสร้างสมดุลโดยการกินผักพร้อมกับอาหารที่มีไขมันสูงเสมอ เพราะใยอาหารจากผักช่วยลดการดูดซึมกรดไขมันที่จะไปสะสมในร่างกายให้น้อยลง เช่น กินไก่ทอดกับสลัด ทอดมันกับแตงกวา
  2. เคี้ยวอาหารให้ละเอียด ไม่ต้องรีบร้อน ร่างกายต้องใช้เวลา 15-20 นาทีจึงจะรู้สึกอิ่ม การรีบกินทำให้เรากินเกินความต้องการ ผลสุดท้ายคือได้รับพลังงานส่วนเกินมาสะสมไว้
  3. ปฏิเสธการดื่มน้ำอัดลมหรือน้ำหวาน ต้องจำให้ได้ว่า น้ำอัดลม 1 แก้วมีน้ำตาลโดยเฉลี่ย 5-6 ช้อนชา ถ้าเป็นชนิดกระป๋องประมาณ 7-10 ช้อนชา ควรดื่มน้ำเปล่า ชาเขียว หรือน้ำอัดลมที่ไม่มีน้ำตาลทดแทน
  4. เลี่ยงเครื่องดื่มประเภทเหล้า ถ้าเลี่ยงได้ หากต้องการดื่มควรจำกัดปริมาณผู้หญิง 1 แก้ว ผู้ชายไม่ควรเกิน 2 แก้วมาตรฐาน
  5. เน้นอาหารประเภทโปรตีนมากกว่าแป้งและไขมัน เพราะโปรตีนเป็นอาหารที่เปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้น้อย แต่ต้องเลือกโปรตีนหรือเนื้อสัตว์ที่ไม่มีมัน เช่น ปลาย่าง ต้มยำไก่ พล่าปู หมูอบคะน้า
  6. กินผลไม้แทนขนมหวาน หรือเลือกกินขนมหวานที่มีน้ำตาลน้อยๆ เช่น ฟรุตสลัด วุ้นสี น้ำแข็งใส เต้าทึง ถ้วยเล็กๆ ก็พอ
  7. คำนวณเวลาให้ดี หลังจากงานเลี้ยงเลิกแล้วคุณต้องรอให้อาหารย่อยก่อนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงจึงนอนได้ ไม่เช่นนั้นอาการกรดไหลย้อนอาจแวะมาทักทายได้
  8. ดูแลตัวเองวันรุ่งขี้นหลังจากงานเลี้ยง ด้วยการกินอาหารที่ไห้พลังงานต่ำ มีน้ำตาลน้อย และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ


เพียงเท่านี้คุณก็พร้อมที่จะออกไปสังสรรค์ได้อย่างมีความสุขอย่างไม่ต้องกังวลใจ


ผู้เขียน
แววตา เอกชาวนา นักโภชนาการ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
 

Posted by Bumrungrad International
บทความที่เกี่ยวข้อง:
10 คำถามยอดฮิตที่แม่ตั้งครรภ์อยากรู้One World, One Home, One Heartเตรียมพร้อมปาร์ตี้รับปีใหม่เบาหวาน เรื่องหวานๆ ที่ไม่ควรเสี่ยงเมื่อลูกเป็นสาวก่อนวัยเริ่มดูแลตั้งแต่ต้นปี เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้สูงวัยเรื่องควรรู้เกี่ยวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่โรคตาในผู้สูงวัยโรคน้ำกัดเท้า...โรคที่ต้องระวังยามน้ำท่วมไขมันพอกตับ ภัยเงียบที่ไม่รู้ตัวกลุ่มโรคไม่ติดต่อ (NCDs)...โรคที่เกิดจากพฤติกรรมความดันโลหิตดี หัวใจเต้นดีงูสวัด...ภัยเงียบในผู้สูงวัยที่ป้องกันได้ต้อกระจกกับการรักษาด้วยเลเซอร์ (Femtosecond laser)ต้อหิน...ภัยเงียบที่คุกคามการมองเห็นนมแม่ ที่สุดของคุณค่าอาหารเพื่อลูกน้อยปัญหาสุขภาพในผู้สูงอายุและการดูแล (ตอนที่ 1/2)ปัญหาสุขภาพในผู้สูงอายุและการดูแล (ตอนที่ 2/2)ภาวะครรภ์เป็นพิษ: ตรวจก่อน รู้ทัน ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัยมะเร็งมดลูก...อีกหนึ่งมะเร็งของผู้หญิงที่ควรรู้จักมาทำความรู้จักเฟมโตเซเคินเลสิก (Femtosecond LASIK)มารู้จักอีกทางเลือกของการรักษาโรคกระดูกสันหลังแบบไม่ผ่าตัดมีลูกยาก แก้ไขได้รักไต ใส่ใจสุขภาพรู้จักภาวะครรภ์เสี่ยง เตรียมความพร้อมเพื่อการตั้งครรภ์รู้ทันโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน...เพราะทุกนาทีมีค่าต่อชีวิตลูกตัวเตี้ย...อย่างไรที่เรียกว่า “เตี้ย”วิ่งมาราธอน...ต้องพร้อมก่อนสตาร์ทสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีหลอดเลือดหัวใจ...หลอดเลือดชีวิต
วิดีโอที่เกี่ยวข้อง:

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

บล็อกของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ติดตามบล็อกของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ผ่าน RSS Feed