การผ่าตัดข้อสะโพกเทียม (Hip Replacement)

การผ่าตัดข้อสะโพกเทียมคืออะไร?

การผ่าตัดข้อสะโพกเทียมเป็นการผ่าตัดข้อสะโพกเดิมที่มีปัญหาออกไปแล้วทดแทนด้วยข้อสะโพกเทียม โดยมักพบในผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อสะโพกเสื่อมอย่างรุนแรง (severe osteoarthritis of hip joint) หรือในผู้สูงอายุที่มีภาวะกระดูกพรุน หกล้ม ข้อสะโพกหัก (fracture femoral neck) แต่อาจพบในผู้ที่มีอายุน้อยได้ เช่น ภาวะข้อสะโพกขาดเลือด ทำให้หัวข้อสะโพกถูกทำลาย (avascular necrosis of femoral head) เป็นต้น โดยสามารถผ่าตัดเปลี่ยนหัวข้อสะโพกเทียมอย่างเดียว (hemiarthroplasty) หรือผ่าตัดเปลี่ยนทั้งส่วนหัวและเบ้าข้อสะโพก (total hip replacement)


ข้อสะโพกเทียมมีส่วนประกอบอย่างไร?

ข้อสะโพกเทียมประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ส่วนที่ทดแทนเบ้าข้อสะโพก (acetabulum) ส่วนของหัวข้อ สะโพก (femoral head and stem) และส่วนที่ทำหน้าที่ทดแทนกระดูกอ่อน (polyethylene)


อะไรคือสิ่งที่แพทย์และผู้ป่วยคาดหวังจากผลการผ่าตัดข้อสะโพกเทียม?

หลังการผ่าตัดผู้ป่วยทุกรายต้องการหายปวดและสามารถกลับมาใช้งานข้อสะโพกได้ดีใกล้เคียงปกติมากที่สุด แต่ผู้ป่วยบางรายมีความต้องการที่จะฟื้นตัวเร็ว เพื่อให้สามารถกลับไปทำงานตามปกติได้เร็วซึ่งเป็นผลในระยะสั้น (short term benefit) ส่วนแพทย์มักให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย ไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด และเลือกแนวทางการผ่าตัดที่ช่วยให้ผู้ป่วยไม่มีปัญหาที่ต้องเป็นสาเหตุที่ต้องกลับมาผ่าตัดแก้ไขอีกซึ่งเป็นผลการรักษาในระยะยาว (long term benefit) แต่ในปัจจุบันแพทย์ให้ความสำคัญเรื่องการเพิ่มความพึงพอใจของผู้ป่วยมากขึ้น จึงให้ความสำคัญเรื่องการทำให้ผู้ป่วยปวดน้อย ฟื้นตัวเร็วมากยิ่งขึ้น


ทำอย่างไรให้การผ่าตัดข้อสะโพกเทียมปลอดภัยและมีอายุการใช้งานได้นาน?

สิ่งที่ต้องระวังหลังผ่าตัดข้อสะโพกเทียม คือ ขาสั้น-ยาวไม่เท่ากัน และภาวะข้อสะโพกหลุดหลังผ่าตัด ซึ่งพบว่าปัจจัยสำคัญคือการวางตำแหน่งของข้อสะโพกเทียมและการปรับความยาวของขาในระหว่างการผ่าตัด ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ผู้ทำผ่าตัดอย่างมาก แต่ก็ยังพบมีปัญหาเกิดการวางตำแหน่งข้อสะโพกเทียมคลาดเคลื่อนโดยไม่เจตนา เป็นสาเหตุให้ต้องทำการผ่าตัดแก้ไขเร็วกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้นจึงมีการนำเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์มาช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวางตำแหน่งข้อสะโพกเทียม


ทำอย่างไรให้ผู้ป่วยปวดน้อยและฟื้นตัวได้เร็วหลังผ่าตัด?

ด้วยการพัฒนาเทคนิคในการผ่าตัดให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กลงกว่าเดิม หลีกเลี่ยงการทำอันตรายต่อกล้ามเนื้อ ให้มีการชอกช้ำของเนื้อเยื่อบริเวณผ่าตัดให้น้อยลง ประกอบกับการให้ยาระงับการปวดอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเทคนิคการผ่าตัดแผลขนาดเล็กมีหลายวิธี ขึ้นกับทิศทางของการผ่าตัดเข้าสู่ข้อสะโพก ได้แก่ ด้านหลัง ด้านข้าง และด้านหน้า ซึ่งแต่ละวิธีมีจุดเด่นและจุดด้อยที่แตกต่างกัน และยังขึ้นกับความถนัดของแพทย์ผู้ทำผ่าตัด
  • การผ่าตัดด้านหลัง (posterior approach) พบว่าเป็นที่นิยมของแพทย์ส่วนใหญ่คือประมาณ 60% เนื่องจากผ่าตัดได้ง่าย สามารถผ่าด้วยเทคนิคขนาดแผลปกติหรือแผลเล็กก็ได้ แต่จำเป็นต้องมีการตัดกล้ามเนื้อบางส่วน และจำเป็นต้องระวังไม่ให้เกิดอันตรายกับเส้นเลือดและเส้นประสาทที่สำคัญซึ่งอยู่ด้านหลังข้อสะโพก
  • การผ่าตัดด้านข้าง (anterolateral approach) พบว่าเป็นที่นิยมของแพทย์รองลงมาคือประมาณ 30% โดยมีข้อดีที่สามารถวางตำแหน่งเบ้าได้ง่ายและแม่นยำกว่า ช่วยลดความเสี่ยงที่ข้อสะโพกหลุดหลังผ่าตัด มีการชอกช้ำของกล้ามเนื้อน้อยกว่าแบบด้านหลัง สามารถผ่าด้วยเทคนิคขนาดแผลปกติหรือแผลเล็กก็ได้เช่นกัน และไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายกับเส้นเลือดเส้นประสาทที่อยู่ด้านหน้าและด้านหลังข้อสะโพก
  • การผ่าตัดด้านหน้า (direct anterior approach) เป็นการผ่าตัดที่ได้รับความนิยมเพียงประมาณ 10% โดยจุดเด่นคือไม่จำเป็นต้องตัดกล้ามเนื้อ ช่วยให้อาการปวดในช่วงแรกหลังผ่าตัดน้อยกว่า มีโอกาสฟื้นตัวได้เร็วกว่า แต่มีข้อจำกัดที่จำเป็นต้องทำผ่าตัดด้วยเทคนิคแผลเล็กเท่านั้น หากมีความจำเป็นที่ต้องเพิ่มขนาดแผลผ่าตัดจะทำได้ยากและมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในระหว่างผ่าตัดได้มากกว่าวิธีอื่น เช่น มีการศึกษาวิจัยรายงานว่าการผ่าตัดด้านหน้าพบมีกระดูกต้นขาหักในระหว่างผ่าตัดมากกว่าวิธีผ่าตัดด้านหลังถึงประมาณ 3 เท่า จำเป็นต้องทำผ่าตัดใหม่มากกว่า 3 เท่า และพบมีความจำเป็นที่ผู้ป่วยมีปัญหาต้องกลับมานอนโรงพยาบาลใหม่ภายใน 28 วันหลังผ่าตัดมากกว่าถึง 2.5 เท่าของการผ่าตัดด้านหลัง ในขณะที่ผลของการผ่าตัดหลัง 6 สัปดาห์ไม่แตกต่างจากวิธีอื่น ดังนั้นแพทย์ที่เลือกใช้วิธีนี้จึงจำเป็นต้องมีความชำนาญ และผู้ป่วยต้องทราบและยอมรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในระหว่างผ่าตัด


ทำอย่างไรให้ข้อสะโพกเทียมที่ผ่าตัดแล้วมีอายุการใช้งานที่นาน?

อายุการใช้งานจะขึ้นกับหลายปัจจัย เริ่มตั้งแต่การผ่าตัดที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน มีการวางตำแหน่งข้อสะโพกเทียมได้อย่างแม่นยำเหมาะสม เลือกใช้ข้อสะโพกเทียมที่มีคุณภาพสูง และผู้ป่วยต้องปฏิบัติตัวในการใช้งานข้อสะโพกเทียมอย่างเหมาะสมด้วย


สรุป

เมื่อมีความจำเป็นต้องผ่าตัดข้อสะโพกเทียม แพทย์และผู้ป่วยจะพิจารณาร่วมกันในการเลือกแนวทางการผ่าตัดที่เหมาะสมที่สุด โดยมีเป้าหมายที่ทำให้ผู้ป่วยปลอดภัย ฟื้นตัวเร็ว ใช้งานข้อสะโพกเทียมได้ดีและใช้งานได้นานที่สุด


เอกสารอ้างอิง

  • “Direct anterior total hip arthroplasty: Comparative outcomes and contemporary results”, Keith P Connolly et al, World J Orthop 2016 February 18; 7(2): 94-101
  • “Prospective Randomized Study of Direct Anterior vs Postero-Lateral Approach for Total Hip Arthroplasty”, William P. et al., The Journal of Arthroplasty 28 (2013) 1634–1638
  • “Anterior vs. Posterior Approach for Total Hip Arthroplasty, a Systematic Review and Meta-analysis” , Brendan T. Higgins, MD, MS et al, The Journal of Arthroplasty 30 (2015) 419–434

เรียบเรียงโดย ศูนย์ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
 
IMG
IMG
IMG
IMG

 

Posted by Bumrungrad International
การผ่าตัดข้อสะโพกเทียม  (Hip Replacement)
เมื่อมีความจำเป็นต้องผ่าตัดข้อสะโพกเทียม แพทย์และผู้ป่วยจะพิจารณาร่วมกันในการเลือกแนวทางการผ่าตัดที่เหมาะสมที่สุด
Posted by Bumrungrad International
August 15, 2016
comments

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ