รู้ทัน...สัญญาณอันตรายโรคหลอดเลือดสมอง

โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) คือ
Photo Credit: dierk schaefer

โรคหลอดเลือดสมอง
(stroke) หรือที่มักจะเรียกกันว่า “อัมพฤกษ์อัมพาต” เป็นโรคที่พบได้บ่อย และอาจทำให้เกิดความพิการและเสียชีวิตได้หากได้รับการรักษาไม่ทันเวลา การทำความรู้จักสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมองจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยป้องกันไม่ให้โรคลุกลามก่อนสายเกินแก้
 
โรคหลอดเลือดสมองเป็นความผิดปกติของหลอดเลือดที่ทำหน้าที่ส่งผ่านเลือดไปเลี้ยงสมอง แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน (ischemic stroke) ทำให้สมองขาดเลือด และหลอดเลือดสมองแตก (hemorrhagic stroke) ทำให้เกิดเลือดออกในสมอง ซึ่งทั้งสองชนิดนี้ทำให้เกิดความผิดปกติของสมองไม่แตกต่างกัน
 
ในกรณีที่มีความผิดปกติของสมองเกิดขึ้นชั่วคราว จะเรียกว่า transient ischemic attack (TIA) หรือ mini stroke ซึ่งเกิดจากสมองขาดเลือดชั่วคราว เมื่อเลือดกลับมาเลี้ยงสมองตามเดิม อาการก็จะกลับเป็นปกติ โดยทั่วไปแล้วอาการของ TIA มักจะไม่นานเกิน 1 ชั่วโมง ถ้าเป็นนานกว่านี้แล้วไม่หายจัดว่าเป็น stroke
 
ในบางครั้งโรคหลอดเลือดสมองอาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว แต่สามารถสังเกตได้จากอาการเตือนหรือสัญญาณของความผิดปกติของสมอง ซึ่งมักเกิดขึ้นปุบปับทันทีทันใด เช่น
  • อ่อนแรง แขนขาไม่มีแรงหรือขยับไม่ได้
  • ความผิดปกติที่เกิดขึ้นเพียงข้างใดข้างหนึ่งของร่างกาย เช่น ชาครึ่งซีกข้างใดข้างหนึ่ง เดินเซด้านเดียว มีความผิดปกติด้านการมองเห็นข้างเดียว
  • มองเห็นภาพซ้อน
  • พูดไม่รู้เรื่อง พูดไม่ชัด พูดตะกุกตะกัก เสียงพูดไม่ชัดเจน
  • ฟังคนอื่นพูดแล้วไม่เข้าใจ
  • เดินแล้วจะล้มง่าย เดินเซไปด้านใดด้านหนึ่ง
  • ปัญหาเรื่องของพฤติกรรม เช่น อยู่ๆ ก็ไม่ทราบว่าจะใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่ในบ้านอย่างไร ใส่เสื้อผ้าไม่ได้
  • มีอาการปวดศีรษะ เช่น ปวดศีรษะแค่ครึ่งซีก ปวดศีรษะร่วมกับเห็นภาพซ้อน
 
หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้ต้องรีบพบแพทย์โดยทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้ เนื่องจากทุกเวลาที่ผ่านไปอาจทำให้มีเนื้อสมองตายได้เพิ่มขึ้นทุกขณะ
 
ทั้งนี้พบว่าเมื่อเกิดโรคหลอดเลือดสมองขึ้น ผู้ป่วยประมาณ 15-20% อาจเสียชีวิต ในขณะที่ผู้ป่วย 20-30% จะยังคงมีอาการหลงเหลืออยู่ เช่น เดินลำบาก เดินเซ รับประทานอาหารลำบาก สำลักง่าย ต้องให้อาหารผ่านสายยางทางจมูก และถ้าเป็นซ้ำกันหลายๆ ครั้งอาจทำให้เกิดสมองเสื่อม (vascular dementia) ตามมา แต่โดยส่วนใหญ่แล้วประมาณ 50% ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้น อาจดีขึ้นเล็กน้อยหรือดีขึ้นจนหายเป็นปกติก็ได้ โดยอาการของผู้ป่วยแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ขึ้นกับตำแหน่งที่เป็นและความกว้างของบริเวณที่สมองเสียหาย
 
อย่าลืมว่า ทุกนาทีมีค่าสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยจะต้องมาโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพราะการรักษาที่ทันท่วงทีจะช่วยลดความเสี่ยงของความพิการที่อาจเกิดขึ้นและรักษาชีวิตของผู้ป่วยไว้ได้
 

เรียบเรียงจาก
การเสวนาความรู้เพื่อสุขภาพ เรื่อง “สมองใส ห่างไกลโรค” บรรยายโดย นายแพทย์ฐกรรด์ ชัยสาม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาประสาทวิทยาด้านหลอดเลือดสมอง ศูนย์โรคระบบประสาท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
 
Posted by Bumrungrad International

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

บล็อกของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ติดตามบล็อกของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ผ่าน RSS Feed