ภาวะสายตาผิดปกติ

ผู้ที่มีสายตาปกติ เกิดจากแสงจากวัตถุไปโฟกัสพอดีที่จอตา (Retina) ทำให้เห็นภาพได้ชัดเจน แต่ถ้าแสงไปตกที่หน้าหรือหลังจอตา ภาพที่เห็นจะไม่ชัดเจน เรียกว่า ภาวะสายตาผิดปกติ


สายตาผิดปกติที่พบได้ทั่วไปแบ่งออกเป็น 4 ชนิด ได้แก่ สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง และสายตายาวสูงอายุ

 

สายตาสั้น

เป็นภาวะที่แสงถูกหักเหและมาโฟกัสที่ด้านหน้าของจอตาแทนที่จะโฟกัสลงบนจอตา ผู้ที่สายตาสั้นจึงมองเห็นวัตถุที่อยู่ใกล้ได้อย่างชัดเจน แต่มองเห็นวัตถุที่อยู่ไกลไม่ชัด


สาเหตุของภาวะสายตาสั้นนั้น เกิดจากกระบอกตายาวกว่าปกติ หรือกระจกตาโค้งมากกว่าปกติ ยังมีปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดภาวะสายตาสั้น เช่น พันธุกรรมจากพ่อแม่ที่สายตาสั้น หรือมีพฤติกรรมการใช้สายตาในระยะใกล้มากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ ใช้คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ

 

สายตายาว

เป็นภาวะที่แสงไปโฟกัสที่ด้านหลังของจอตาแทนที่จะโฟกัสลงบนจอตา โดยมีสาเหตุจากการที่กระบอกตาสั้นกว่าปกติ หรือกระจกตามีความโค้งน้อยกว่าปกติ ทำให้ผู้ที่สายตายาวมีปัญหามองใกล้ไม่ชัด มองไกลอาจจะยังชัด นอกจากในรายที่เป็นมาก จะมีอาการมองไกลไม่ชัดด้วย

 

สายตาเอียง

สายตาเอียงเกิดจากการที่กระจกตามีความโค้งไม่เท่ากันในแต่ละแกน ทำให้เกิดจุดโฟกัส 2 จุด ไม่รวมเป็นภาพเดียว มีจุดหนึ่งโฟกัสที่ก่อนหรือหลังจอประสาทตา ซึ่งอาจเกิดร่วมกับภาวะสายตาสั้นหรือสายตายาวด้วยได้ ผู้ที่มีสายตาเอียงจะเห็นภาพซ้อน


ทั้งนี้ คนส่วนใหญ่มักเกิดมาพร้อมกับสายตาเอียงเล็กน้อยอยู่แล้ว และอาจเกิดร่วมกับภาวะสายตาสั้นและสายตายาว สำหรับผู้ที่มีสายตาเอียงมากจะมีอาการ เช่น มองเห็นภาพซ้อนหรือบิดเบี้ยว ปวดศีรษะ ปวดตา ตาล้า เห็นภาพเป็นแสงกระจาย และต้องพยายามหรี่ตาอยู่ตลอดเวลาเพื่อปรับโฟกัสให้มองเห็นได้ชัดขึ้น

 

สายตายาวสูงอายุ

เกิดจากกล้ามเนื้อตาเสื่อมสภาพลงตามวัยประกอบกับเลนส์ตาที่ขาดความยืดหยุ่น ทำให้การปรับโฟกัสตามปกติเพื่อให้ตามองเห็นภาพชัดในที่ใกล้ไม่สามารถทำได้ มักพบในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปจึงมักพบว่าตัวเองไม่สามารถอ่านหนังสือหรือมองวัตถุระยะใกล้ได้ชัดเจนเหมือนเดิม แต่ยังมองเห็นระยะไกลได้ดี

 

การวินิจฉัยภาวะสายตาผิดปกติ

จักษุแพทย์จะทำการตรวจระดับการมองเห็นเพื่อวินิจฉัยภาวะสายตาผิดปกติ และลองใส่แว่นสายตาปรับให้การมองเห็นชัดขึ้น ซึ่งการตรวจเช็คสุขภาพตาโดยจักษุแพทย์อย่างสม่ำเสมอนี้ จะช่วยให้พบปัญหาและแก้ไขได้เร็วขึ้น เนื่องจากหลายคนอาจไม่ทราบว่าตัวเองมองเห็นไม่ชัดเจนเพราะเกิดความเคยชิน

 

การรักษาภาวะสายตาผิดปกติ

สามารถทำได้โดยการใช้แว่นสายตา การใส่คอนแทคเลนส์ และการผ่าตัดโดยใช้แสงเลเซอร์เป็นการแก้ไขแบบถาวร ซึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ได้แก่

  • การผ่าตัดด้วยวิธี ReLEx SMILE (Refractive Lenticule Extraction / Small Incision Lenticule Extraction) เป็นการผ่าตัดรักษาภาวะสายตาผิดปกติแบบไร้ใบมีดและไร้ฝากระจกตา ด้วยการใช้ femtosecond laser ในการแยกชั้นกระจกตาชั้นกลางให้มีลักษณะเป็นแผ่นหรือ lenticule แล้วนำออกผ่านแผลขนาดเล็กมากเพื่อปรับความโค้งของกระจกตา โดยไม่กระทบกระเทือนกระจกตาชั้นบนและเส้นประสาทที่ผิวกระจกตา และยังเป็นการผ่าตัดเดียวด้วยเครื่องเลเซอร์เพียงเครื่องเดียว
 
  • การผ่าตัดด้วยวิธีเลสิก (LASIK) เป็นการผ่าตัดสายตาด้วยการเปิดฝากระจกตาด้วยใบมีด (microkeratome) หรือ femtosecond laser ให้มีลักษณะคล้ายบานพับ แล้วจึงใช้เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ยิงลงไปบนเนื้อกระจกตาเพื่อปรับความโค้งของกระจกตา
 
  • การผ่าตัดด้วยวิธี PRK (photorefractive keratectomy) ด้วยวิธีลอกผิวกระจกตาชั้นนอกสุดออกแล้วจึงใช้เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ (excimer laser) ซึ่งเป็นเลเซอร์ชนิดเย็นยิงลงไปบนเนื้อกระจกตาด้านล่างเพื่อปรับความโค้งของกระจกตาและเป็นการแก้ไขค่าสายตาที่ผิดปกติก่อนปิดกระจกตาด้วยคอนแทคเลนส์แบบไม่มีค่าสายตา


ทั้งนี้ จักษุแพทย์จะเป็นผู้ตรวจประเมินสภาพสายตาก่อนแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับดวงตาของแต่ละบุคคลต่อไป
 

IMG
IMG
IMG
Rating score: NaN of 10, based on 0 vote(s)