การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

  • ขนาดตัวอักษร
  •  
  •  

การเตรียมเต้านมเพื่อลูกน้อย
นมแม่คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย ทารกตั้งแต่แรกคลอดจนถึงอายุ 6 เดือนควรได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวโดยไม่ต้องให้อาหารเสริม ภายหลัง 6 เดือนควรให้นมแม่คู่กับอาหารอย่างอื่นจนอายุ 1-2 ขวบ
 
ดังนั้น คุณแม่ควรดูแลเอาใจใส่เต้านมและหัวนมให้มากขึ้น ไม่ควรใช้สบู่ฟอกมากเกินไปหรือใช้แอลกอฮอล์เช็ดบริเวณหัวนมและลานหัวนม เพราะจะทำให้ผิวบริเวณนั้นแห้งมากยิ่งขึ้น ควรเปลี่ยนขนาดยกทรงให้เหมาะกับเต้านม คุณแม่ควรตรวจเต้านมเพื่อประเมินหัวนมและลานหัวนม หากพบว่ามีหัวนมสั้น แบน บอด บุ๋ม ควรปรึกษาแพทย์ หรือขอรับคำแนะนำในการแก้ไขจากเจ้าหน้าที่
 
ในช่วงเดือนสุดท้ายก่อนคลอดจะมีเลือดมาหล่อเลี้ยงบริเวณเต้านมมาก คุณแม่ควรจะบีบน้ำนมออก 2-3 หยดทุกวัน เพื่อให้ท่อน้ำนมเปิดออก ไม่เกิดการอุดตัน และช่วยลดการคั่งของน้ำนมหรือนมคัดในสัปดาห์แรกหลังคลอดด้วย
 
ประโยชน์ของนมแม่
  • มีคุณค่าทางสารอาหารครบถ้วน อีกทั้งมีภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ลูกแข็งแรงไม่เจ็บป่วยบ่อย
  • ทำให้ทารกเจริญเติบโตได้ดี และไม่เป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงในวัยผู้ใหญ่
  • ทำให้ทารกเติบโตและมีพัฒนาการเรียนรู้ที่ดีกว่าทารกที่กินนมผสม 
  • ทารกที่กินนมแม่ต่อเนื่องในระยะยาวจะมีการพัฒนาการเรียนรู้ได้ดีกว่าทารกที่กินนมแม่ระยะสั้น
  • ทำให้คุณแม่รูปร่างดี ไม่อ้วน
  • มดลูกเข้าอู่หรือคืนสู่สภาพเดิมได้เร็วขึ้น
  • ลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่
  • ประหยัดรายจ่ายในการซื้อนมผสม อีกทั้งประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเพราะลูกแข็งแรงไม่ป่วยบ่อย
 
เคล็ดลับให้นมลูก
  • หลังคลอดคุณแม่ควรให้ลูกได้ดูดนมแม่โดยเร็วที่สุด จะทำให้มีการสร้างน้ำนมได้เร็ว โดยในช่วง 3-5 วันหลังคลอดจะมีโคลอสตรัมหรือน้ำนมเหลือง  ซึ่งมีคุณค่าทางอาหารและภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโรคสำหรับลูก
  • ควรให้ลูกดูดนมบ่อยๆ สม่ำเสมอทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเฉพาะระยะแรกหลังคลอดควรให้ลูกดูดนมทุก 2-3 ชั่วโมง หรือตามความต้องการของลูก หากลูกหลับนานเกินคุณแม่ควรปลุกลูกทุก 3 ชั่วโมง และจำเป็นจะต้องให้ลูกดูดนมให้ถูกวิธี คุณแม่ไม่ควรให้อาหารอย่างอื่นกับลูกเพราะจะทำให้ลูกดูดนมแม่น้อยลง ส่งผลให้น้ำนมแม่มาช้าและมีปริมาณน้อยไม่เพียงพอกับความต้องการของลูก
  • เมื่อลูกดูดนมควรให้ลูกอมหัวนมให้หมด และอมลึกจนถึงบริเวณลานหัวนม (บริเวณสีคล้ำรอบหัวนม) จะช่วยให้น้ำนมไหลออกมาได้ดี ป้องกันไม่ให้เต้านมคัด อีกทั้งยังป้องกันไม่ให้หัวนมแตกจากการดูดนมที่ผิดวิธี
  • การนำลูกไปอยู่กับคุณแม่ที่ห้องพัก จะทำให้คุณแม่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกได้ทันทีที่ลูกร้องหิว ซึ่งจะทำให้มีน้ำนมได้เร็วและมีปริมาณที่เพียงพอ เพราะการที่ลูกได้ดูดกระตุ้นนมแม่บ่อยๆ จะทำให้มีการสร้างน้ำนมมากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างคุณแม่กับลูก เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนกลับบ้าน ทำให้คุณแม่มีความมั่นใจเรื่องการดูแลการให้นมแม่และการดูแลอื่นๆ เช่น การทำความสะอาดร่างกาย การทำความสะอาดสะดือ การดูแลการขับถ่ายของลูก เป็นต้น
  • ท่าให้นมที่เหมาะสม คุณแม่ควรนั่งในท่าที่รู้สึกสบายและถนัด โดยอาจนั่งเก้าอี้มีพนักพิงหรือมีหมอนรองตัว ทารก จะช่วยให้คุณแม่ไม่เกิดอาการเมื่อยล้า อุ้มลูกให้กระชับตะแคงตัวเข้าหาคุณแม่ โดยให้ท้องลูกแนบชิดกับท้องแม่ ปากลูกอยู่ในระดับเดียวกับหัวนมหรือต่ำกว่าเล็กน้อย ระวังอย่าอุ้มลูกให้กระชับแน่นเกินไป เพราะจะทำให้ลูกน้อยรู้สึกอึดอัดได้ นอกจากที่กล่าวมายังมีท่าให้นมอื่นๆ เช่น ท่านอน ท่าอุ้มไว้ข้างลำตัวคุณแม่ เป็นต้น
 
เตรียมร่างกายให้นมลูก
คุณแม่สามารถเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์เพื่อสร้างน้ำนมสำหรับลูกน้อย โดยเริ่มจาก
  • กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ควรกินอาหารให้ได้ครบ 5 หมู่ และในปริมาณที่เหมาะสม
  • ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8-10 แก้ว ควรเลือกดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิปกติ  
  • สารอาหารสำคัญอย่าให้ขาด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อ นม ไข่ ปลา ถั่ว อาหารทะเล คุณแม่อาจเลือกเมนูต่างๆ เช่น แกงเลียง ขาหมูต้มถั่วลิสง ซุปอาหารทะเล เพราะอาหารเหล่านี้ล้วนมีส่วนช่วยในการสร้างน้ำนม
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เช่น กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของหมักดอง อาหารที่มีไขมันสูง เพราะนอกจากจะไม่ช่วยสร้างน้ำนมแล้ว ยังมีผลให้น้ำนมหดหายด้วย
  • ทำจิตใจให้แจ่มใสและเบิกบาน มีความสุขในการดูแลลูก