2555 > ดูแลหัวใจ > รับมือกับโรคหัวใจในเด็ก

รับมือกับโรคหัวใจในเด็ก

CONGENITAL HEART DEFECTS
Credit: ฺBumrungrad International hospital

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ซับซ้อน และบางครั้งไม่อาจสังเกตอาการได้ทันที แต่กว่าร้อยละ 99 สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้

การได้ทราบว่าบุตรหลานตัวน้อยป่วยด้วยโรคหัวใจนั้นสร้างความตระหนกตกใจและเป็นความทุกข์ใหญ่หลวงของพ่อแม่ผู้ปกครองทุกคน ทั้งนี้เพราะเมื่อกล่าวถึงโรคหัวใจในเด็ก คนส่วนใหญ่ยังมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคที่ค่อนข้างจำกัดอยู่มาก นพ. สัมพันธ์ พรวิลาวัณย์ ศัลยแพทย์โรคหัวใจ ผู้มีประสบการณ์ในการรับมือกับโรคหัวใจในเด็กมากว่า 20 ปีจึงอาสามาให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหัวใจในเด็กผ่านทาง Better Health ฉบับนี้ 

“โรคหัวใจในเด็กส่วนใหญ่ไม่สามารถบอกสาเหตุที่แน่ชัดได้” นพ. สัมพันธ์อธิบาย “ส่วนที่สามารถบอกสาเหตุได้ คือ การที่แม่มีความผิดปกติในระหว่างตั้งครรภ์ เช่น เป็นหัดเยอรมัน หรือติดเชื้อไวรัสชนิดอื่น และการใช้ยาบางชนิดโดยเฉพาะในช่วงสามเดือนแรกของการตั้งครรภ์ ส่งผลให้เด็กเกิดมาพร้อมกับความผิดปกติทางโครงสร้างของหัวใจตั้งแต่กำเนิด สำหรับอุบัติการณ์นั้น สถิติของประเทศไทยก็เหมือนกับทั่วโลก กล่าวคือ เด็กที่เกิดใหม่จำนวน 1,000 คน จะมี 8 คนที่เป็นโรคหัวใจผิดปกติตั้งแต่กำเนิด ในประเทศไทยมีเด็กเกิดใหม่ที่มีปัญหาโรคหัวใจปีละประมาณ 8,000 คน โดยในจำนวนนี้ มีประมาณร้อยละ 50 ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด”

โรคหัวใจเด็กที่พบบ่อย

โรคหัวใจผิดปกติแต่กำเนิด เป็นคำเรียกรวมความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจหลายประการที่เกิดกับผนังกั้นหัวใจ ลิ้นหัวใจ หรือหลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจในเด็กที่พบบ่อยที่สุด มีดังนี้

1. ผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว (Atrial Septal Defect - ASD) ผลจากการที่มีรูรั่วที่ผนังกั้นหัวใจห้องบน ทำให้เลือดไหลผ่านจากหัวใจห้องบนซ้ายผ่านรูรั่วไปห้องบนขวา ตรวจพบได้จากเสียงฟู่ที่หัวใจและผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยง่าย ส่วนใหญ่มักถูกตรวจพบโดยบังเอิญ

2. ผนังกั้นหัวใจห้องล่างรั่ว (Ventricular Septal Defect - VSD) มีรูรั่วที่ผนังกั้นห้องหัวใจห้องล่าง ทำให้เลือดแดงจากหัวใจห้องล่างซ้ายผ่านรูรั่วไปยังห้องล่างขวา ออกสู่หลอดเลือดแดงของปอด ทำให้ปริมาณเลือดที่ไปยังปอดมีมากขึ้น ปริมาณเลือดที่กลับเข้าสู่หัวใจห้องบนซ้ายและล่างซ้ายก็เพิ่มมากขึ้นด้วย ส่งผลให้หัวใจห้องซ้ายทำงานมากขึ้นจนหัวใจวายได้

3. มีช่องเปิดระหว่างหลอดเลือดหัวใจใหญ่ทั้งสองเส้น (Patent Ductus Arteriosus - PDA) ทารกแรกเกิดทุกคนจะมีช่องเปิดระหว่างหลอดเลือดหัวใจสองเส้น (Aorta และ Pulmonary Artery) และจะปิดเองภายในหนึ่งชั่วโมงหรือไม่เกิน 24 ชั่วโมงหลังคลอด ในกรณีผิดปกติช่องเปิดนี้จะไม่ปิด ส่งผลให้เลือดแดงกับเลือดดำผสมกัน ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น 

4.    มีรูรั่วของผนังกั้นหัวใจห้องล่างร่วมกับหลอดเลือดหัวใจที่จะไปยังปอดตีบหรือลิ้นหัวใจตีบ (Tetralogy of Fallot - TOF) เป็นโรคชนิดซับซ้อนที่พบบ่อยที่สุดทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ปกติแล้วหัวใจจะส่งเลือดไปยังปอดเพื่อเอาเลือดไปฟอกให้มีออกซิเจนมากขึ้น แต่กรณีนี้ลิ้นหัวใจตีบ หรือหลอดเลือดเล็กกว่าปกติ เป็นเหตุให้เลือดที่จะต้องถูกส่งไปฟอกที่ปอดมีน้อยกว่าปกติ จึงรั่วผ่านผนังห้องหัวใจไปออกทางด้านซ้ายและเอาไปเลี้ยงร่างกายต่อ กลายเป็นว่าเลือดที่ไปเลี้ยงร่างกายเป็นเลือดดำ เด็กจึงมีภาวะเขียว 

5.    ลิ้นหัวใจห้องล่างขวาตีบ (Pulmonary Valve Stenosis)เป็นภาวะที่ลิ้นหัวใจห้องล่างขวาเปิดไม่เต็มที่เนื่องจากหนาตัว แข็ง หรือเชื่อมประสานกันอย่างผิดปกติ ทำให้หัวใจต้องทำงานมากกว่าเดิม

6.    หัวใจห้องเดียว (Single Ventricle) เป็นความผิดปกติของหัวใจห้องล่างเป็นหลัก โดยเด็กกลุ่มนี้หัวใจห้องล่างสองห้องทำงานเหมือนเป็นห้องเดียวจึงทำให้ระบบรวนไปหมด เนื่องจากหัวใจห้องล่างสองห้องมีหน้าที่ต่างกัน คือ ห้องขวาทำหน้าที่บีบส่งเลือดดำไปฟอกยังปอดส่วนข้างซ้ายจะบีบเลือดที่ฟอกแล้วมาจากปอดเพื่อส่งไปเลี้ยงยังอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ความผิดปกตินี้ทำให้ไม่มีการแบ่งทางเดินของเลือดอย่างชัดเจน เลือดดำกับเลือดแดงปะปนกัน เด็กจึงมีภาวะเขียวเสมอ

7. หลอดเลือดใหญ่ของหัวใจสลับขั้ว (Transposition of theGreat Arteries - TGA) คือการที่หลอดเลือดดำและแดงของหัวใจสลับขั้วกันอย่างสิ้นเชิง จากขวาเป็นซ้าย จากซ้ายเป็นขวา ความผิดปกตินี้ทำให้เด็กที่เกิดมามีภาวะเขียวเนื่องจากเลือดที่ฟอกแล้วจากปอดถูกส่งกลับไปที่ปอด ขณะที่เลือดดำที่ถูกส่งมาที่หัวใจก็ถูกส่งไปเลี้ยง
อวัยวะอื่น ๆ ต่ออีก

การวินิจฉัย

“โรคหัวใจในเด็กสังเกตอาการได้ง่ายแม้ว่าเด็กจะบอกไม่ได้ว่าเหนื่อย ใจสั่นหรือเจ็บหน้าอก” นพ. สัมพันธ์กล่าว “แพทย์จะดูอาการของเด็กซึ่งมีอยู่เพียงสองอาการเท่านั้น คือ หัวใจวายกับอาการเขียว ถ้าเด็กเขียวก็สังเกตได้ง่าย แต่ถ้าหัวใจวาย หลายครั้งไม่อาจสังเกตได้ทันที พ่อแม่ของเด็กแทบจะไม่รู้เลย เพราะหัวใจวายในเด็กแตกต่างจากผู้ใหญ่อย่างสิ้นเชิง”

ภาวะหัวใจวายในผู้ใหญ่ จะสังเกตได้จากอาการขาบวม หน้าบวมหอบเหนื่อย เหนื่อยง่าย แต่ภาวะหัวใจวายในเด็กไม่มีอาการดังกล่าวดังนั้น ผู้ปกครองต้องสังเกตอาการ ดังนี้

+ เลี้ยงไม่โต หมายความว่า สัดส่วนระหว่างส่วนสูง น้ำหนักตัว และอายุไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ก็ให้สงสัยไว้ก่อนว่าต้องมีอะไรผิดปกติ 

+ เมื่อกินนมต้องหยุดเป็นพัก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูดนมแม่หรือนมจากขวด เด็กทั่วไปจะดูดรวดเดียวหรือพักครั้งเดียวจบ ไม่เกินครึ่งชั่วโมง แต่เด็กที่เป็นโรคหัวใจจะทำไม่ได้ ดูดได้พักเดียวต้องหยุดหอบ แล้วค่อยกลับไปดูดใหม่ กว่าจะอิ่มต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง ตรงนี้สำคัญมากเพราะเป็นอาการที่พ่อแม่มักจะไม่ได้สังเกต และคิดว่าเป็นเรื่องปกติ ดังนั้น หากเด็กดูดนมช้าหรือดูดแล้วหยุดเป็นพัก ๆต้องใช้เวลาในการให้นมแต่ละมื้อนานเป็นชั่วโมงหรือสองชั่วโมง ก็ให้สงสัยไว้ก่อน 

+ หายใจหอบถี่ หมายความว่าอาการแย่ลง เด็กแรกเกิดอาจหายใจ 40 ครั้งต่อนาที แต่เด็กที่หัวใจวายอาจหายใจเร็วถึง 60 ครั้งต่อนาที แม้ในขณะที่นอนหลับ

การรักษาและดูแล

การรักษาโรคหัวใจในเด็กที่มีความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดนั้น มีอยู่ 3 วิธีได้แก่ การรักษาด้วยยา การทำหัตถการบางอย่างเพื่อซ่อมแซมความผิดปกติ และการผ่าตัด

“ปัจจุบัน แพทย์สามารถทำการผ่าตัดเด็กที่เป็นโรคหัวใจได้ทุกอายุ” นพ. สัมพันธ์กล่าว “สมัยก่อน ถ้าต้องทำการผ่าตัดหัวใจ จะต้องให้เด็กมีน้ำหนักตัวเกิน 10 - 15 กิโลกรัมก่อนเพื่อความปลอดภัย และลดอัตราการเสียชีวิต แต่สมัยนี้เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าจนทำให้เด็กทุกวัย ไม่ว่าจะน้ำหนักตัวเท่าไรก็เข้ารับการผ่าตัดได้ สิ่งที่ผมอยากเน้นก็คือว่า เมื่อไรก็ตามที่เด็กมีข้อบ่งชี้ให้ต้องทำการผ่าตัดหัวใจ ผู้ปกครองควรเชื่อคำแนะนำของแพทย์และอนุญาตให้มีการ
ผ่าตัดโดยไม่รอช้าเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ตัวเด็กเอง เพราะความผิดปกติบางชนิด หากปล่อยให้เวลาผ่านไป โครงสร้างหัวใจของเด็กก็จะเปลี่ยนไป การผ่าตัดอาจไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร เรียกว่าเป็นการเสียโอกาสไปอย่างถาวรเลยทีเดียว” 

ขณะที่การผ่าตัดช่วยเด็กที่มีปัญหาโรคหัวใจที่ซับซ้อนให้ดีขึ้นได้การดูแลภายหลังผ่าตัดก็สำคัญมากไม่แพ้กัน “เมื่อผ่าตัดเสร็จเราถือว่าเสร็จเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น อีกครึ่งคือการดูแลหลังการผ่าตัด เพราะหากมีอะไรเกิดขึ้นในช่วงนั้น เช่น มีการติดเชื้อ มีออกซิเจนต่ำ ความดันต่ำหรือมีอวัยวะที่ทำงานผิดปกติไป เด็กก็จะเสียชีวิตได้เช่นกัน โชคดีที่ปัจจุบันมีเครื่องมือช่วยชีวิตต่าง ๆ ช่วยให้เราดูแลเด็กหลังผ่าตัดได้ดีขึ้นมากเช่น เครื่อง ECMO หรือ Extra Corporeal Membrane Oxygenator ซึ่งเป็นเครื่องช่วยชีวิตเด็กในยามคับขัน เครื่องนี้จะทำหน้าที่เป็นปอดและหัวใจเทียมในระหว่างที่รอให้หัวใจและปอดของเด็กฟื้นตัวและทำงานเองได้ ส่งผลให้เด็กมีอัตราการรอดชีวิตสูงขึ้น” นพ. สัมพันธ์กล่าว

หลังจากผ่าตัด โรคหัวใจในเด็กจะดีขึ้นทันทีแต่แพทย์ยังจำเป็นต้องนัดตรวจติดตามอาการอีกเป็นระยะ ๆ ซึ่งนพ. สัมพันธ์เน้นว่า ผู้ปกครองต้องพยายามพาเด็กมาตามนัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่เป็นโรคหัวใจชนิดซับซ้อน (เช่น TOF) เพื่อจะได้ตรวจพบความผิดปกติได้อย่างทันท่วงที พร้อมกันนี้ นพ. สัมพันธ์ได้ฝากคำแนะนำแก่ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานป่วยเป็นโรคหัวใจว่า “เมื่อหมอวินิจฉัยว่าลูกของคุณเป็นโรคหัวใจ อย่าตกใจหรือเสียกำลังใจ เพราะกว่าร้อยละ 99 รักษาได้ หรือทำให้ดีขึ้นได้ครับ ศึกษาข้อมูล ทำความเข้าใจ ให้ความร่วมมือกับแพทย์ โรคหัวใจในเด็กก็ไม่ยากเกินไปที่จะรับมือ” 

ใช่ข้อมูลที่ต้องการ ?
ประสบการณ์จากผู้อ่าน
ชุลีพร เทพมงคล 27 พฤษภาคม 2555 16:19

สวัสดีค่ะคุณหมอ ดิฉันต้องเสียลูกชายไปตั้งแต่อายุได้สองวันเท่านั้น ดิฉันเสียใจมากค่ะไม่คิดว่าจะต้องมาเจอกับตัวเองแบบนี้ ดิฉันจะเล่ารายละเอียดให้คุณหมออ่านนะค่ะ ดิฉันตั้งครรภ์ลูกคนนี้เป็นคนที่ 2 ค่ะ เริ่มฝากครรภ์ตั้งแต่ เดือนแรกเลยค่ะ ไปหาหมอทุกครั้งไม่เคยผิดนัด หมดแจ้งว่า เด็กสมบูรณ์ หัวใจเต้นปกติ ดิฉันก็ไม่ได้มีข้อสงสัยอะไรเพราะต้องเชื่อหมออยู่แล้ว พออายุครรภ์ครบกำหนดคลอด แต่ไม่ได้คลอดที่โรงพยาบาลที่ฝากครรภ์ไว้ ดิฉันกลับไปคลอดลูกที่บ้านเกิดค่ะ พอคลอดออกมาก็ปกติดีค่ะสมบูรณ์ดีทุกอย่าง แต่พอผ่านมาได้ 1 วันอาการน้องเริ่มออกค่ะ น้องมีอาการหอบ หายใจเร็วมาก หมอบอกดิฉันว่าลูกดิฉัน เป็นโรคหัวใจพิการตั้งแต่กำเนิด คือหัวใจสองห้องซ้ายฝ่อค่ะ หมอได้บอกดิฉันว่าต้องทำใจเพราะว่าเด็กที่โรคนี้มีโอกาสรอดน้อยมาก เวลาผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงลูดิฉันก็เสียชีวิตค่ะ ดิฉันทำอะไรถูกเลยค่ะ ต้อนนั้นสิติมันแตกไปแล้ว เลยไม่มีเวลาที่จะปรึกษาใครได้เลย เพราะเวลาที่น้องเข้าอยู่กับดิฉันมันน้อยมาก หมอได้บอกสาเหตุของการที่ลูกของดิฉันเป็นแบบนี้ว่า คุณแม่สูบบุหรี่หรือป่าว คุณแม่เป็นหัตเยอรมันหรือป่าว หรือได้กินยาอะไรบางหรือปาว แต่สิ่งที่หมอได้ถามมาดิฉันไม่เคยเป็นหรือทำเลยค่ะ ดิฉันเลยสงสัยว่าลูกของดิฉันเป็นแบบนี้ได้อย่างไรค่ะ เพราะตอนที่หมอที่โรงพยาบาลที่ดิฉันฝากครรภ์เค้าก็ซาวร์แล้วก็บอกว่าหัวใจปกติ ดิฉันขอคำปรึกษาคุณหมอด้วยนะค่ะ เพราะตอนนี้ดิฉันตั้งครรภ์ ได้ 2 เดือนแล้วค่ะ ดิฉันไม่อยากเจอเหตุการณ์แบบเติมอีกแล้วค่ะ ขอบคุณ คุณหมอด้วยนะค่ะ

ลินดา แซ่มั่ว 15 สิงหาคม 2555 22:37

เป็นโรคหัวใจแต่กำเนิดแล้ว แต่ตอนเกิดใหม่ๆหมอไม่สามารถตรวจหาเจอโรคได้ บอกเพียงว่าเป็นปอดบวมเท่านั้น ตั้งแต่เด็กป่วยตลอดต้องไปหาหมอหรือนอนโรงพยาบาล บางครั้งแทบจะไม่รอด หายใจหอบ ไม่ยอมกินนม ร้อนให้ไม่มีเสียง บางครั้งก็เหมือนตายแล้วแต่ก็ยังหายใจอยู่ หมอที่นี่ไม่เคยทำเรื่องให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลอื่นเลย
จนกระทั้งหนูอายุได้ 13 ปี หนูก็เริ่มมีอาการเหนื่อยง่าย หน้ามืดทำอะไรนิดหน่อยก็เหนื่อย พ่อกับแม่จึงพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า หมอก็ไม่ได้ตรวจอะไรมากหนูจึงขอให้หมอทำเรื่องให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลเชียงราย เมื่อหนูได้มาตรวจแล้วหมอที่นี่บอกว่าหัวหนูมีความผิดปกติ หรือหัวใจรั่ว แต่ยังไม่แน่ใจนัก หมอจึงส่งตัวมาตรวจที่โรงพยาบาลเชียงใหม่สวนดอก หมอที่นี่ได้ตรวจพบว่าห้วใจห้องล่างซ้ายของหนูรั่ว ตรวจโดยการใส่สายตรงขาหนีบ หมอที่นี่บอกว่าผ่าตัดไม่ได้ 50ๆ ให้เพียงแต่ยาบำรุงเลือดและหัวใจมากินเท่านั้น จากนั้นก็นัดมาตรวจดูอาการสามเดือนครั้ง พอหมอรู้ว่าบ้านหนูอยู่ไกลจึงเปลี่ยนให้ไปรับยาหรือตรวจที่โรงพยาบาลเชียงราย หนูไม่ทราบว่าที่หนูผ่าตัดไม่ได้เพราะทางบ้านของหนูมีฐานะยากจนหรือเปล่า เพราะทางบ้านมีฐานะยากจนจริงๆ หรือเพราะโรคของหนูไม่สามารถผ่าตัดได้อย่างที่หมอพูด จากนั้นหนูก็ใช้ชีวิตตามที่หนูเป็นอยู่เรื่อยมาและยังคงไปพบแพทย์ตามนัดหรือรับยามากินเสมอ จนกระทั่งหนูอายุ 22 ปีหนูก็เริ่มรู้สึกมีอาการเหนื่อยง่ายอีกหนูก็ไปหาหมอ หมอก็ทำเรื่องให้ไปตรวจที่เชียงใหม่อีก หนูก็ได้รับการตรวจเหมือนเดิมทุกอย่าง เหมือนตอนอายุ 13 หมอก็บอกกับหนูว่าหนูเป็นโรคหัวใจห้องล้างซ้ายรั่ว มีรูรั่วเยอะไม่สามารถผ่าตัดได้ อันตรายมากหมอพูดอย่างนี้กับหนู และให้ยาตัวเดิมมากินต่อ แต่ทุกวันนี้หนูยังมีความหวังว่าหนูจะได้ผ่าตัดโรคหัวใจ หนูยังรอเสมอ แต่ไม่รู้ว่าจะมีวันนั้นหรือเปล่าจะมีหมอที่จะให้การตรวจและรักษาโรคของหนูไหมและหนูจะมีโอกาสนั้นหรือเปล่า ทุกวันนี้หนูก็ได้แต่ภาวนาว่าสักวันฉันต้องได้ผ่าตัดและหายจากโรคหัวใจ เพราะฉันยังอยากมีชีวิตที่ดีๆเหมือนคนที่เขามีร่างกายที่แข็งแรง ฉันอยากหายจากโรคห้วใจ ฉันจะได้ช่วยตัวเองได้โดยไม่เป็นภาระให้กับคนอื่นในอนาตค

พิยดา 18 ตุลาคม 2555 17:32

ลูกเป็นโรคหัวใจห้องล่างซ้ายรั่ว ตอนนี้ลูกตัวเล็กมากอยากทราบวิธีทำให้นำหนักตัวลูกขึ้นตามปกติค่ะเคยให้ลูกหยุดกินยาระยะหนึ่งลูกก็กลับมามีแก้มแต่พอให้กินยาต่อแก้มก็หายและดูผอมกว่าเดิมน้ำหนักขึ้นช้าขอคำปรึกษาหน่อยค่ะ
ขอบตุณค่ะ

ศศิกานต์ อาศัยผล 24 ตุลาคม 2555 01:33

ตอนนี้ลูกดิฉันอายุ1.5 ปี เป็นโรคหัวใจ ชนิดเขียว และตีบ อาการเลี้ยงไม่โต รักษากับหมอที่รพ.จุ

สุดา 30 กรกฎาคม 2556 20:47

ลูกอายุ1ขวบ10เดือนเป็นหัวใจโตเกิดจากอะไร

ปัณฑิณา 03 สิงหาคม 2556 07:35

ลูกดิฉ้นอายุ3เดือน22วันเป็นโรคหัวใจtofทราบตั้งแต่เกิดอยากทราบว่าที่ รพ.บำรุงราษฎร์คิดค่าผ่าตัดในการร้กษาโรคนี้อย่างไรค่ะ ตอนนี้น้องกำลังรอคิวผ่าตัดทำชั้นเพื่อลดอาการเขียวอยู่ค่ะ

นพ.สัมพันธ์ พรวิลาวัณย์ 07 สิงหาคม 2556 14:57
สุดา Wrote:
30 กรกฎาคม 2556 20:47
ลูกอายุ1ขวบ10เดือนเป็นหัวใจโตเกิดจากอะไร

อาการหัวใจโตในเด็กมักวินิจฉัยได้จากการทำคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือจาก x-ray เงาหัวใจ

ถ้าการตรวจดังกล่าวสงสัยว่าผู้ป่วยจะมีอาการหัวใจโต ก็ควรได้รับการปรึกษาจากกุมารแพทย์โรคหัวใจเพื่อตรวจด้วยคลื่นเสียงความถึ่สูง (echocardiography) ซึ่งให้การวินิจฉัยสาเหตุของหัวใจโตได้ละเอียดและแม่นยำกว่า

ในบางครั้ง เงา x-ray อาจเห็นเหมือนหัวใจโตแต่หัวใจจริงๆ อาจไม่โตก็ได้ แต่เป็นเงาของต่อม Thymus หรือเป็นเงาของน้ำในช่องหุ้มหัวใจ ซึ่งการทำ echo สามารถบอกถึงสาเหตุดังกล่าวได้

แนะนำว่า ถ้ามีหัวใจโตจริงๆ ควรไปตรวจต่อนะครับ

ศูนย์หัวใจ 08 สิงหาคม 2556 16:42
ปัณฑิณา Wrote:
03 สิงหาคม 2556 07:35
ลูกดิฉ้นอายุ3เดือน22วันเป็นโรคหัวใจtofทราบตั้งแต่เกิดอยากทราบว่าที่ รพ.บำรุงราษฎร์คิดค่าผ่าตัดในการร้กษาโรคนี้อย่างไรค่ะ ตอนนี้น้องกำลังรอคิวผ่าตัดทำชั้นเพื่อลดอาการเขียวอยู่ค่ะ

แนะนำให้มาพบ รศ.นพ. สัมพันธ์ พรวิลาวัณย์ ที่ Heart Center ก่อนนะคะเพื่อประเมินผู้ป่วย เพราะโดยปกติแล้วถ้าผู้ป่วยเป็น TOF จะต้องได้รับการทำผ่าตัด Total Correction ซึ่งเป็น Open heart surgery แต่ผู้ป่วยกำลังรอทำ BT shunt ซึ่งเป็น Closed heart surgery เป็นเพียงการแก้ไข เบื้องต้นเพื่อช่วยลดอาการเท่านั้นค่ะ เรื่องประเมินราคา ยังไม่สามารถบอกได้ค่ะ เพราะยังไม่ทราบว่า นพ.สัมพันธ์ จะทำผ่าตัดอะไรบ้างค่ะ

ปัณฑิณา 12 สิงหาคม 2556 17:47
ปัณฑิณา Wrote:
03 สิงหาคม 2556 07:35
ลูกดิฉ้นอายุ3เดือน22วันเป็นโรคหัวใจtofทราบตั้งแต่เกิดอยากทราบว่าที่ รพ.บำรุงราษฎร์คิดค่าผ่าตัดในการร้กษาโรคนี้อย่างไรค่ะ ตอนนี้น้องกำลังรอคิวผ่าตัดทำชั้นเพื่อลดอาการเขียวอยู่ค่ะ
ศูนย์หัวใจ Wrote:
08 สิงหาคม 2556 16:42
แนะนำให้มาพบ รศ.นพ. สัมพันธ์ พรวิลาวัณย์ ที่ Heart Center ก่อนนะคะเพื่อประเมินผู้ป่วย เพราะโดยปกติแล้วถ้าผู้ป่วยเป็น TOF จะต้องได้รับการทำผ่าตัด Total Correction ซึ่งเป็น Open heart surgery แต่ผู้ป่วยกำลังรอทำ BT shunt ซึ่งเป็น Closed heart surgery เป็นเพียงการแก้ไข เบื้องต้นเพื่อช่วยลดอาการเท่านั้นค่ะ เรื่องประเมินราคา ยังไม่สามารถบอกได้ค่ะ เพราะยังไม่ทราบว่า นพ.สัมพันธ์ จะทำผ่าตัดอะไรบ้างค่ะ

การผ่าตัด total correction เป็นการแก้ไขส่วนที่บกพร่องทั้งหมดใช่มั้ยค่ะสามารถทำได้ในเด็กเล็กเลยหรอค่ะหรือว่าต้องรออายุและน้ำหนักตัวของเด็ก ถ้าทำแล้วน้องจะหายเป็นปกติโดยถ้าเทียบกับคนปกติแล้วเฉลี่ยกี่เปอร์เซ็นคะ จะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหนค่ะ ในการผ่าตัดเด็กที่เปน tof จะต้องเริ่มจากการทำชั้นก่อนเสมอรึป่าวค่ะตอนนี้น้องเพิ่งจะทำชั้นแก้ไขอาการเขียวไปเมื่อวันที่6 สิงหาคม 56 ค่ะหากพาน้องไปเอกชนเกรงว่าค่ารักษาจะสูงและบานปลายมากจึงรบกวนขอสอบถามและขอความกรุณาช่วยตอบคำถามเพื่อช่วยไขข้อข้องใจให้ดิฉันด้วยนะค่ะ

นพ.สัมพันธ์ พรวิลาวัณย์ 13 สิงหาคม 2556 15:34
ชุลีพร เทพมงคล Wrote:
27 พฤษภาคม 2555 16:19
สวัสดีค่ะคุณหมอ ดิฉันต้องเสียลูกชายไปตั้งแต่อายุได้สองวันเท่านั้น ดิฉันเสียใจมากค่ะไม่คิดว่าจะต้องมาเจอกับตัวเองแบบนี้ ดิฉันจะเล่ารายละเอียดให้คุณหมออ่านนะค่ะ ดิฉันตั้งครรภ์ลูกคนนี้เป็นคนที่ 2 ค่ะ เริ่มฝากครรภ์ตั้งแต่ เดือนแรกเลยค่ะ ไปหาหมอทุกครั้งไม่เคยผิดนัด หมดแจ้งว่า เด็กสมบูรณ์ หัวใจเต้นปกติ ดิฉันก็ไม่ได้มีข้อสงสัยอะไรเพราะต้องเชื่อหมออยู่แล้ว พออายุครรภ์ครบกำหนดคลอด แต่ไม่ได้คลอดที่โรงพยาบาลที่ฝากครรภ์ไว้ ดิฉันกลับไปคลอดลูกที่บ้านเกิดค่ะ พอคลอดออกมาก็ปกติดีค่ะสมบูรณ์ดีทุกอย่าง แต่พอผ่านมาได้ 1 วันอาการน้องเริ่มออกค่ะ น้องมีอาการหอบ หายใจเร็วมาก หมอบอกดิฉันว่าลูกดิฉัน เป็นโรคหัวใจพิการตั้งแต่กำเนิด คือหัวใจสองห้องซ้ายฝ่อค่ะ หมอได้บอกดิฉันว่าต้องทำใจเพราะว่าเด็กที่โรคนี้มีโอกาสรอดน้อยมาก เวลาผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงลูดิฉันก็เสียชีวิตค่ะ ดิฉันทำอะไรถูกเลยค่ะ ต้อนนั้นสิติมันแตกไปแล้ว เลยไม่มีเวลาที่จะปรึกษาใครได้เลย เพราะเวลาที่น้องเข้าอยู่กับดิฉันมันน้อยมาก หมอได้บอกสาเหตุของการที่ลูกของดิฉันเป็นแบบนี้ว่า คุณแม่สูบบุหรี่หรือป่าว คุณแม่เป็นหัตเยอรมันหรือป่าว หรือได้กินยาอะไรบางหรือปาว แต่สิ่งที่หมอได้ถามมาดิฉันไม่เคยเป็นหรือทำเลยค่ะ ดิฉันเลยสงสัยว่าลูกของดิฉันเป็นแบบนี้ได้อย่างไรค่ะ เพราะตอนที่หมอที่โรงพยาบาลที่ดิฉันฝากครรภ์เค้าก็ซาวร์แล้วก็บอกว่าหัวใจปกติ ดิฉันขอคำปรึกษาคุณหมอด้วยนะค่ะ เพราะตอนนี้ดิฉันตั้งครรภ์ ได้ 2 เดือนแล้วค่ะ ดิฉันไม่อยากเจอเหตุการณ์แบบเติมอีกแล้วค่ะ ขอบคุณ คุณหมอด้วยนะค่ะ

การฝากครรถ์ หมอสูตินรีเวชอาจทำการตรวจอัลตราซาวนด์ทารกได้อย่างคร่าวๆ เท่านั้น การที่บอกว่าหัวใจปกติระหว่างฝากครรภ์หมายความว่าอัตราเต้นของหัวใจปกติ แต่ไม่สามารถมองเห็นภาพภายในห้องหัวใจได้ ทั้งนี้มีการตรวจพิเศษระหว่างฝากครรภ์อีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่า fetal echo ซึ่งแพทย์โรคหัวใจเด็กหรือสูตินรีแพทย์บางคนอาจทำได้ จะบอกรายละเอียดภายในช่องหัวใจได้ดีกว่ามาก ช่วงเวลาที่ตรวจควรมีอายุครรภ์ตั้งแต่ 16 สัปดาห์ขึ้นไปจะแม่นยำมาก เพราะสามารถมองเข้าไปเห็นภายในหัวใจของเด็กในครรภ์ได้ครบทุกห้องครับ

นพ.สัมพันธ์ พรวิลาวัณย์ 13 สิงหาคม 2556 15:35
พิยดา Wrote:
18 ตุลาคม 2555 17:32
ลูกเป็นโรคหัวใจห้องล่างซ้ายรั่ว ตอนนี้ลูกตัวเล็กมากอยากทราบวิธีทำให้นำหนักตัวลูกขึ้นตามปกติค่ะเคยให้ลูกหยุดกินยาระยะหนึ่งลูกก็กลับมามีแก้มแต่พอให้กินยาต่อแก้มก็หายและดูผอมกว่าเดิมน้ำหนักขึ้นช้าขอคำปรึกษาหน่อยค่ะ
ขอบตุณค่ะ

โรคหัวใจห้องล่างซ้ายรั่ว ถ้าเด็กมีอาการน้ำหนักตัวไม่ขึ้นตามเกณฑ์สมควรพบแพทย์โรคหัวใจเด็ก (กุมารแพทย์หัวใจ) ครับ เพราะถ้ารักษาด้วยยาแล้วไม่ดีขึ้น การผ่าตัดแก้ไขโรคดังกล่าวจะทำให้น้ำหนักตัวขึ้นได้ตามปกติครับ

พิไลวรรณ 14 สิงหาคม 2556 02:08

ลูกสาวดิชั้นอายุ 1 เดือน 17 วัน เป็นหวัดลงปอด หรือปอดบวม เข้ารับการรักษา ฉีดยาฆ่าเชื้อ แล้วหมอตรวจพบว่า หายจัยมีเสียงฟู่ เลยไปตรวจหัวใจดู พบว่าผนังหัวใจด้านบนรั่ว ดิชั้นเครียดมาก เพราะเป็น 2 อย่างในเวลาเดียวกัน จะต้องดูแลลูกอย่างไรค่ะ เพราะลูกหายใจแรงมาก และก่อนพาไปรักษาปอดบวม ออกซิเจนในปอด ก็มีน้อย และสังเกตุ ปากเขียว นิ้วมือเท้าเขียว ต้องทำอย่างไร ไม่ให้เกิดภาวะตัวเขียวค่ะ จะผ่าตัดได้เมื่อไหร่ค่ะ

รักชดา 19 สิงหาคม 2556 13:43

ลูกสาวคลอดออกมาคุณหมอตรวจพบว่าหัวใจปืดไม่สนิทมันคือโรคประจำตัว
หรือเปล่าแล้วมีโอกาสหายเป็นปกติมั้ย แต่ร่างกายแข็งแนงตามวัย
น้ำหนัก 12 สูง 88 ถือว่าปกติมั้ยคะ แต่ชอบร้องให้ขี้แย ขอคำแนะนำค่ะ

ศูนย์หัวใจ 21 สิงหาคม 2556 14:48
ปัณฑิณา Wrote:
03 สิงหาคม 2556 07:35
ลูกดิฉ้นอายุ3เดือน22วันเป็นโรคหัวใจtofทราบตั้งแต่เกิดอยากทราบว่าที่ รพ.บำรุงราษฎร์คิดค่าผ่าตัดในการร้กษาโรคนี้อย่างไรค่ะ ตอนนี้น้องกำลังรอคิวผ่าตัดทำชั้นเพื่อลดอาการเขียวอยู่ค่ะ
ศูนย์หัวใจ Wrote:
08 สิงหาคม 2556 16:42
แนะนำให้มาพบ รศ.นพ. สัมพันธ์ พรวิลาวัณย์ ที่ Heart Center ก่อนนะคะเพื่อประเมินผู้ป่วย เพราะโดยปกติแล้วถ้าผู้ป่วยเป็น TOF จะต้องได้รับการทำผ่าตัด Total Correction ซึ่งเป็น Open heart surgery แต่ผู้ป่วยกำลังรอทำ BT shunt ซึ่งเป็น Closed heart surgery เป็นเพียงการแก้ไข เบื้องต้นเพื่อช่วยลดอาการเท่านั้นค่ะ เรื่องประเมินราคา ยังไม่สามารถบอกได้ค่ะ เพราะยังไม่ทราบว่า นพ.สัมพันธ์ จะทำผ่าตัดอะไรบ้างค่ะ
ปัณฑิณา Wrote:
12 สิงหาคม 2556 17:47
การผ่าตัด total correction เป็นการแก้ไขส่วนที่บกพร่องทั้งหมดใช่มั้ยค่ะสามารถทำได้ในเด็กเล็กเลยหรอค่ะหรือว่าต้องรออายุและน้ำหนักตัวของเด็ก ถ้าทำแล้วน้องจะหายเป็นปกติโดยถ้าเทียบกับคนปกติแล้วเฉลี่ยกี่เปอร์เซ็นคะ จะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหนค่ะ ในการผ่าตัดเด็กที่เปน tof จะต้องเริ่มจากการทำชั้นก่อนเสมอรึป่าวค่ะตอนนี้น้องเพิ่งจะทำชั้นแก้ไขอาการเขียวไปเมื่อวันที่6 สิงหาคม 56 ค่ะหากพาน้องไปเอกชนเกรงว่าค่ารักษาจะสูงและบานปลายมากจึงรบกวนขอสอบถามและขอความกรุณาช่วยตอบคำถามเพื่อช่วยไขข้อข้องใจให้ดิฉันด้วยนะค่ะ

จะต้องมีการตรวจร่างกายเบื้องต้นก่อนเข้ารับการผ่าตัด ถ้าคุณแม่สะดวกที่จะเข้ามาพบแพทย์อายุรกรรมหัวใจเด็กที่รพ.บำรุงราษฎร์ สามารถทำนัดได้ผ่าน Contact Center ที่เบอร์โทร 02 6671555 ค่ะ หากคุณแม่กังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ทางรพ. บำรุงราษฎร์ร่วมกับ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ซึ่งมีการจัดทำโครงการผ่าตัดโรคหัวใจในเด็กที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ทั้งนี้ทางมูลนิธิฯ มีระเบียบข้อบังคับของโครงการฯอยู่ หากสนใจรบกวนติดต่อ คุณ อมรรัตน์ อัศวเหม พยาบาลผู้ดูแลโครงการผ่าตัดหัวใจเด็กฟรี ที่เบอร์โทรศัพท์ 084 5554815 ได้ค่ะ

ศูนย์หัวใจ 21 สิงหาคม 2556 14:57
รักชดา Wrote:
19 สิงหาคม 2556 13:43
ลูกสาวคลอดออกมาคุณหมอตรวจพบว่าหัวใจปืดไม่สนิทมันคือโรคประจำตัว
หรือเปล่าแล้วมีโอกาสหายเป็นปกติมั้ย แต่ร่างกายแข็งแนงตามวัย
น้ำหนัก 12 สูง 88 ถือว่าปกติมั้ยคะ แต่ชอบร้องให้ขี้แย ขอคำแนะนำค่ะ

น้องมีโรคหัวใจไม่ปกติตั้งแต่กำเนิด ในเบื้องต้นไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าจะมีโอกาสหายเป็นปกติหรือไม่ คุณหมอต้องดูตรวจอาการของเด็กร่วมด้วย ในเรื่องของสุขภาพร่างกายนั้น ควรจะเข้าพบแพทย์กุมารเวชอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดูพัฒนาการของเด็กว่าเป็นไปตามวัยหรือไม่ค่ะ

ศูนย์หัวใจ 21 สิงหาคม 2556 14:58
พิไลวรรณ Wrote:
14 สิงหาคม 2556 02:08
ลูกสาวดิชั้นอายุ 1 เดือน 17 วัน เป็นหวัดลงปอด หรือปอดบวม เข้ารับการรักษา ฉีดยาฆ่าเชื้อ แล้วหมอตรวจพบว่า หายจัยมีเสียงฟู่ เลยไปตรวจหัวใจดู พบว่าผนังหัวใจด้านบนรั่ว ดิชั้นเครียดมาก เพราะเป็น 2 อย่างในเวลาเดียวกัน จะต้องดูแลลูกอย่างไรค่ะ เพราะลูกหายใจแรงมาก และก่อนพาไปรักษาปอดบวม ออกซิเจนในปอด ก็มีน้อย และสังเกตุ ปากเขียว นิ้วมือเท้าเขียว ต้องทำอย่างไร ไม่ให้เกิดภาวะตัวเขียวค่ะ จะผ่าตัดได้เมื่อไหร่ค่ะ

แนะนำให้พาน้องเข้ามาพบแพทย์นะคะ ซึ่งอาจจะมีการตรวจ Echcocardiogram แล้วค่อยพิจารณาการทำผ่าตัด อาจจะเป็น Closure ASD ทั้งนี้ไม่ควรปล่อยเวลาไว้นาน เพราะน้องมีอาการปากเขึยว นิ้วมือเท้าเขียว ควรเข้ามาพบคุณหมอโดยเร็วที่สุดค่ะ

ศูนย์หัวใจ 26 สิงหาคม 2556 18:26
พิยดา Wrote:
18 ตุลาคม 2555 17:32
ลูกเป็นโรคหัวใจห้องล่างซ้ายรั่ว ตอนนี้ลูกตัวเล็กมากอยากทราบวิธีทำให้นำหนักตัวลูกขึ้นตามปกติค่ะเคยให้ลูกหยุดกินยาระยะหนึ่งลูกก็กลับมามีแก้มแต่พอให้กินยาต่อแก้มก็หายและดูผอมกว่าเดิมน้ำหนักขึ้นช้าขอคำปรึกษาหน่อยค่ะ
ขอบตุณค่ะ

โรคหัวใจบางชนิด (ซึ่งมีหลายชนิด) เป็นโรคทางพันธุกรรมค่ะ แต่บางชนิดไม่ใช่ ดังนั้นหากคุณแม่มีความประสงค์จะมีบุตรคนต่อไป แนะนำให้คุณแม่ปรึกษากับสูตินรีแพทย์เพื่อวางแผนการตั้งครรภ์ โดยแจ้งประวัติการตั้งครรภ์และปัญหาสุขภาพของบุตรทั้ง 2 คนเพื่อให้แพทย์ใช้ประกอบการพิจารณาและให้คำปรึกษาได้อย่างเหมาะสม

ส่วนเรื่องน้ำหนักตัวน้อย ในเด็กที่เป็นโรคหัวใจมักมีน้ำหนักน้อยหรือโตช้ากว่าปกติอยู่แล้ว เพราะหัวใจจะทำงานได้ไม่เต็มที่ เด็กมักจะมีอาการเบื่ออาหาร เหนื่อยง่าย ซึ่งคุณแม่ควรพาเด็กไปพบกุมารแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ค่ะ

นิรมล 27 สิงหาคม 2556 21:58

ลูกเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดมีโรคปอดแทรกซ้อนหลังจากรับการผ่าตัด และตอนนี้มึอาการหน้าบวม ขอคำปรึกษาคุณหมอด้วยค่ะ

ศูนย์บริการข้อมูล 29 สิงหาคม 2556 11:49
นิรมล Wrote:
27 สิงหาคม 2556 21:58
ลูกเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดมีโรคปอดแทรกซ้อนหลังจากรับการผ่าตัด และตอนนี้มึอาการหน้าบวม ขอคำปรึกษาคุณหมอด้วยค่ะ

จากอาการที่คุณแม่แจ้งมา หน้าบวมอาจเป็นเพราะ side effect ของยา แนะนำให้คุณแม่พาน้องเข้าพบแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด เพื่อตรวจร่างกาย หาสาเหตุของอาการที่เกิดขึ้น เพื่อให้การรักษาที่เหมาะสมต่อไป หรือหากจะมาพบคุณหมอหัวใจเด็กที่รพ.บำรุงราษฎร์ ขอให้นำประวัติการรักษา รวมถึงยา (ถ้ามี) ของน้องมาด้วยค่ะ

อุเทน 01 กันยายน 2556 22:47

สวัสดีครับ ขอปรึกษาเรื่องลูกคนที่ 2 ซึ่งทุกวันนี้ยังอยู่ในครรภ์ อายุได้ 7 เดือนแล้ว แต่พึ่งทราบผลว่าเขาเป็นโรคหัวใจที่ไม่ค่อยพบ คือ มีหัวใจข้างซ้ายผิดปรกติ อาจจะเล็กกว่าข้างขวา คือไม่มีหัวใใจ 2 ห้องที่ข้างซ้ายหรือมีแต่เล็กมาก กำหนดคลอดคือวันที่ 15 - 20 ตุลาคมนี้และเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ด้วยครับ ถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลศิริราช ไม่ทราบว่าคุณหมอ พอจะมีคำอธิบายและความหวังให้ผมหรือเปล่าครับ ผมกลัวลูกสาวคนนี้จะมีอายุไม่ยืนนะครับ รบกวนตอบใหด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ

ศูนย์บริการข้อมูล 12 กันยายน 2556 17:52
อุเทน Wrote:
01 กันยายน 2556 22:47
สวัสดีครับ ขอปรึกษาเรื่องลูกคนที่ 2 ซึ่งทุกวันนี้ยังอยู่ในครรภ์ อายุได้ 7 เดือนแล้ว แต่พึ่งทราบผลว่าเขาเป็นโรคหัวใจที่ไม่ค่อยพบ คือ มีหัวใจข้างซ้ายผิดปรกติ อาจจะเล็กกว่าข้างขวา คือไม่มีหัวใใจ 2 ห้องที่ข้างซ้ายหรือมีแต่เล็กมาก กำหนดคลอดคือวันที่ 15 - 20 ตุลาคมนี้และเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ด้วยครับ ถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลศิริราช ไม่ทราบว่าคุณหมอ พอจะมีคำอธิบายและความหวังให้ผมหรือเปล่าครับ ผมกลัวลูกสาวคนนี้จะมีอายุไม่ยืนนะครับ รบกวนตอบใหด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ

ได้เรียนปรึกษา รศ. ดร. นพ. บุญศรี จันทร์รัชชกูล และได้รับคำแนะนำว่า คงต้องขอดูรายงานการตรวจและพามาตรวจดูรายละเอียดโดยการอัลตราซาวน์ก่อนครับ จึงจะบอกรายละเอียดได้

ร่วมแบ่งปันประสบการณ์



อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์



กรอกตัวเลขที่แสดงด้านขวามือ
 Security code

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลแพทย์
ศูนย์การรักษา

บริการการแพทย์




 
หากท่านมีข้อคิดเห็นหรือปัญหาในการใช้เว็บของเรากรุณาคลิกที่นี่เพื่อให้คำแนะนำ