ภูมิแพ้ในเด็ก รีบแก้ ดูแลได้


ในปัจจุบัน สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป มลพิษเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมหลายสิบเท่า ด้วยเหตุนี้อุบัติการณ์การเกิด “โรคภูมิแพ้” จึงเพิ่มขึ้นกว่าในอดีตมาก และกลายเป็นโรคหนึ่งที่พบได้มากในเด็ก
 

รู้จักโรคภูมิแพ้ในเด็ก


โรคภูมิแพ้เป็นโรคที่ภูมิในร่างกายมีปฏิกิริยากับสารก่อภูมิแพ้หรือสิ่งแวดล้อมบางอย่างไวกว่าคนปกติ เช่น เมื่อเจอฝุ่น ในคนปกติอาจไม่มีอาการอะไร แต่ในคนที่เป็นโรคภูมิแพ้อาจจะมีอาการในทันทีได้ เช่น จาม น้ำมูกไหล น้ำตาไหล ไอ หอบ
 
สาเหตุของโรคภูมิแพ้ในเด็กเกิดจาก (1) การถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น ถ้าพ่อแม่เป็นโรคภูมิแพ้ ลูกก็จะมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ได้มากกว่าคนอื่นหลายเท่า (2) สิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่น ไรฝุ่น สัตว์เลี้ยง แมลงสาบ ควันบุหรี่ รวมถึงอาหารบางอย่างก็สามารถก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ง่าย เช่น อาหารทะเล นมวัว ไข่ แป้งสาลี ถั่วลิสง หมายความว่า แม้จะไม่มีพ่อแม่พี่น้องเป็นโรคภูมิแพ้ แต่เด็กก็สามารถมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ได้ถ้าอยู่ในสิ่งแวดล้อมดังกล่าวเป็นเวลานานหรือตั้งแต่เกิด เช่น คุณพ่อสูบบุหรี่ เป็นต้น
 

อาการแสดงของโรคภูมิแพ้เกิดได้หลายระบบ


โรคภูมิแพ้สามารถทำให้เกิดอาการได้ในหลายระบบของร่างกาย เช่น ระบบผิวหนัง ระบบทางเดินหายใจ และระบบทางเดินอาหาร โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการที่อาจเกิดขึ้นกับลูก เช่น
  • ระบบผิวหนัง
    • ผื่นคัน ผิวหนังแห้ง โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าและแก้ม ข้อศอก ข้อพับ เข่า ซอกคอ และตามลำตัว
    • ผื่นลมพิษเป็นๆ หายๆ โดยสามารถเป็นได้ทั้งตัว
  • ระบบทางเดินหายใจ
    • เป็นหวัดบ่อย หรือมีอาการเป็นบางเวลา เช่น จามน้ำมูกไหลในตอนเช้า แต่ไม่มีอาการในเวลาอื่น
    • เป็นหวัดเรื้อรัง หรือเป็นไซนัสอักเสบ
    • มีอาการไอโดยเฉพาะในบางเวลา เช่น วิ่งเล่นแล้วไอ อากาศเปลี่ยนแล้วไอ ไอเวลากลางคืน ไอหลังหายจากเป็นหวัดเป็นเวลานาน
  • ระบบทางเดินอาหาร
    • ริมฝีปากบวม มีผื่นคันรอบปาก
    • คลื่นไส้ อาเจียน แหวะนมบ่อยในเด็กทารก
    • ท้องอืด ถ่ายเหลว มีมูกเลือดปนในอุจจาระ
 
ทั้งนี้ อาการแสดงของโรคภูมิแพ้ในเด็กอาจขึ้นกับอายุ เพราะเด็กแต่ละวัยมีโอกาสสัมผัสกับสิ่งที่ก่อภูมิแพ้แตกต่างกัน โดยทั่วไปแล้วเด็กเล็กที่เพิ่งเกิดหรือมีอายุไม่กี่เดือนมักมาหาหมอด้วยโรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง เช่น เป็นผื่นแพ้ โดยเกิดจากอาหารที่กิน ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือนมวัว หรือเกิดจากสิ่งที่เด็กสัมผัส เช่น น้ำยาปรับผ้านุ่ม ผงซักฟอก ในขณะที่เด็กที่โตขึ้นมา ในวัยที่เริ่มคลาน เริ่มเดิน จะมีโอกาสสัมผัสกับฝุ่นหรือสิ่งแวดล้อม เช่น บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง เป็นต้น
 

หากสงสัย อย่ารอช้า รีบหาหมอ


หากคุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าลูกอาจเป็นโรคภูมิแพ้ ควรรีบพามาหาหมอ เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง เนื่องจากโรคภูมิแพ้โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ หากได้รับการรักษาเนิ่นๆ ตั้งแต่ยังเป็นไม่มาก มีโอกาสหายขาดมาก แต่หากรอและมารับการรักษาช้าเกินไป โอกาสที่จะหายก็น้อยลง และอาจทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาได้
 

นอนกรน...หนึ่งในปัญหาจากโรคภูมิแพ้


ปัญหาหนึ่งที่หมอมักพบในเด็กหลายๆ คนที่เป็นโรคภูมิแพ้แล้วไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง คือ การนอนกรน ซึ่งเกิดจากการเป็นโรคภูมิแพ้หรือติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนบ่อยๆ ทำให้ต่อมทอนซิลที่คอและต่อมอะดีนอยด์ที่อยู่หลังโพรงจมูกโตขึ้น และอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน เวลานอนหลับจึงมีเสียงกรนหรือเสียงหายใจดัง ถ้าเป็นมากอาจมีการหายใจติดขัดจนถึงขั้นหยุดหายใจเป็นช่วงๆ  ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อเด็ก จำเป็นต้องทำการรักษาอย่างถูกต้องแต่เนิ่นๆ  
 

คุณภาพชีวิตที่ดี...เป้าหมายสำคัญของการรักษาโรคภูมิแพ้


การรักษาโรคภูมิแพ้มีเป้าหมายสำคัญคือ การทำให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดีไม่แตกต่างจากเพื่อนหรือเด็กอื่นๆ เช่น เป็นหวัดแล้วต้องหายภายใน 3-5 วัน ไม่ใช่เป็นหวัดครั้งหนึ่งแล้วไอ 2-3 อาทิตย์ ต้องมานอนโรงพยาบาล ได้รับยาแก้อักเสบบ่อยๆ หรือเป็นไซนัสอักเสบ รวมทั้งต้องสามารถออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาได้ตามปกติโดยไม่มีอาการหอบเหนื่อย ไอ โดยการรักษาโรคภูมิแพ้ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ
  • หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้หรือสงสัยว่าจะแพ้ เช่น อาหารบางชนิด (เช่น อาหารทะเล ไข่ ถั่วลิสง นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัว แป้งสาลี) ไรฝุ่น ฝุ่น ขนสัตว์เลี้ยง ควันบุหรี่ โดยคุณพ่อคุณแม่ควรปรับสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับลูก เช่น หยุดสูบบุหรี่ ใช้ผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนที่ป้องกันไรฝุ่น
  • ออกกำลังกายที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ
  • ใช้ยา โดยหมอจะเป็นผู้พิจารณาว่าควรใช้ยาชนิดใดและควรใช้เป็นระยะเวลานานเท่าไร
 

ป้องกันลูกแพ้ คุณพ่อคุณแม่ช่วยได้


แม้พันธุกรรมจะเป็นสิ่งที่ควบคุมและหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถควบคุมได้คือ สิ่งแวดล้อม โดยสามารถช่วยให้ลูกมีสิ่งแวดล้อมที่ดีตั้งแต่อยู่ในท้องคุณแม่  
  • เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์
คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องดูแลรักษาสุขภาพตัวเอง กินอาหารที่มีประโยชน์ ระมัดระวังอย่ากินอาหารที่ทำให้เกิดการแพ้ได้ง่ายมากเกินไป เช่น อาหารทะเล ไข่ ถั่วลิสง นมวัว ช็อกโกแลต ผลิตภัณฑ์จากนม แป้งสาลี เพราะอาจจะทำให้ลูกได้สัมผัสกับสิ่งก่อภูมิแพ้เหล่านี้เร็วเกินไป
  • เมื่อลูกน้อยถือกำเนิดมา
เมื่อลูกเกิดมาควรเน้นให้ลูกได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อยช่วง 6 เดือนแรก และควรพยายามหลีกเลี่ยงนมวัวให้นานที่สุด ควรให้ลูกอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สะอาด มีฝุ่นและมลพิษให้น้อยที่สุด คุณพ่อคุณแม่รวมถึงคนใกล้ชิดต้องงดสูบบุหรี่ไม่ว่าจะนอกบ้านหรือในบ้านก็ตาม
 
 
แม้โรคภูมิแพ้จะเป็นโรคที่พบบ่อยมากขึ้นในเด็ก แต่ด้วยปัจจุบันเรารู้จักโรคนี้ดีขึ้น มียารักษาที่ดี ทำให้การรักษาโรคดีขึ้น หากคุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าลูกเป็นโรคภูมิแพ้ ควรรีบพามาปรึกษาคุณหมอ เพราะการได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง จะทำให้โอกาสหายขาดมีมากขึ้น
 
 
เรียบเรียงโดย นพ.กัลย์ กาลวันตวานิช กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจและโรคภูมิแพ้
Posted by Patsinee
February 27, 2012