Sunburn อันตรายกว่าที่คิด

 
หลังจากเพลิดเพลินกับการออกรอบ เป็นเวลาหลายชั่วโมงติดต่อกัน นักกอล์ฟหลายคนอาจมีอาการแดง และแสบร้อนผิวตามมา นี่คือสิ่งบ่งชี้ว่าคุณกำลังเจอกับอาการของแดดเผาหรือ Sunburn เข้าแล้ว และเพราะส่วนใหญ่อาการที่ผิวแสบร้อน บวม พอง และคล้ำลงนี้ สามารถกลับมาเป็นปกติได้ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ หลายท่านจึงไม่เห็นว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ออกรอบคราวหน้าก็ผิวไหม้กลับบ้านอีกเหมือนเดิม แต่คุณทราบหรือไม่ว่า การต้องผจญกับแดดจัดติดต่อกันเป็นเวลานานนั้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคผิวหนังหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้งตกสะเก็ด ริ้วรอยเหี่ยวย่น กระ ผื่นแดง หรือแม้แต่มะเร็งผิวหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออากาศบ้านเราทวีความร้อนขึ้นเรื่อย ๆ การหลบเลี่ยงแสงแดด ดูจะเป็นไปได้ลำบากสำหรับคนรักกอล์ฟ ลองมาดูกันว่า คุณจะปกป้องผิวจากอันตรายของแสงแดดได้อย่างไร โดยที่ไม่ต้องย้ายเวลาไปออกรอบตอนกลางคืน ให้เสียเวลาของการพักผ่อน
มีอะไรในแสงแดด

แสงอาทิตย์ประกอบไปด้วยคลื่นรังสีหรือแสงต่าง ๆ ที่แผ่ออกมา และมีความสั้นยาวของคลื่นแตกต่างกันไป บางส่วนถูกดูดซับไว้ในบรรยากาศ บางส่วนส่องลงมา ซึ่งก็ให้ทั้งคุณและโทษมากมาย แสงจากดวงอาทิตย์นั้นประกอบไปด้วย แสงอินฟาเรด (Infrared Light) แสงที่มองเห็นได้ (Visible Light) และแสงอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet Light) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่ารังสียูวีนั่นเอง

รังสียูวีนี้เอง ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพผิวของนักกอล์ฟมากที่สุด โดยจะแบ่งตามช่วงความยาวคลื่นได้เป็น 3 ชนิด ดังต่อไปนี้
ยูวีเอ (UVA) เป็นแสงในช่วงความยาวคลื่น 320-400 นาโนเมตร ทำให้เกิดผิวคล้ำแดด เพราะแสงจะกระตุ้นการสร้างเมลานินแต่ไม่ทำให้เกิดการอักเสบทำให้เกิดรอยย่นแก่ก่อนวัย

ยูวีบี (UVB) เป็นแสงในช่วงความยาวคลื่น 290-320 นาโนเมตร ทำให้เกิดผิวเกรียมแดด ผิวหนังอักเสบ ผิวแก่ก่อนวัย และเป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนัง

ยูวีซี (UVC) เป็นแสงในช่วงความยาวคลื่น 180-290 นาโมเมตร โดยมากจะถูกดูดซับโดยโอโซนในบรรยากาศไม่ตกลงมาถึงโลก
ดังนั้น รังสีที่เป็นอันตราย และสามารถหลุดรอดจากชั้นบรรยากาศมายังตัวเราได้ คือรังสียูวีเอและยูวีบีนั่นเอง และเนื่องจากรังสีสองชนิดนี้มีความยาวคลื่นมาก แม้ในวันที่เมฆครึ้ม ไม่มีแสงแดด ผิวของคุณก็ยังอาจได้รับอันตรายจากรังสีอยู่ดี

ปกป้องผิวอย่างถูกวิธี

วิธีการปกป้องผิวจากแสงแดดที่ง่ายที่สุดคือ การใช้ครีมกันแดด แต่คำแนะนำในการเลือกซื้อครีมกันแดด สำหรับนักกอล์ฟมักหนีไม่พ้น "ควรดูแบบที่มีค่า SPF สูง ๆ" ซึ่งก็อาจใช้เป็นเกณฑ์กว้าง ๆ ได้ แต่ค่า SPF นั้นบอกถึงประสิทธิภาพในการกันรังสี UVB เท่านั้น ไม่รวมถึง UVA แต่อย่างใด
ทางที่ดีควรมองหาครีมกันแดด ที่ผสมสารสะท้อนรังสีประเภท Titanium Dioxide หรือ Zinc Oxide ซึ่งกันรังสี UVA ได้แน่นอน หรือมองหาสัญลักษณ์ Protection grade of UVA (PA+ = fair, PA++ = moderate, PA+++ = good) ควบคู่ไปกับค่า SPF เท่านี้ครีมกันแดดของคุณก็กันรังสีทั้งคู่ได้

อย่างไรก็ตาม ไม่มีสารกันแดดใดปกป้องคุณจากรังสีได้ 100% เพราะคุณคงไม่หยุดทาครีมซ้ำได้บ่อย ๆ หรือทาในปริมาณที่ไม่มากพอ ซึ่งถ้าคุณต้องการค่าปกป้องตามที่ระบุไว้บนฉลาก หมายความว่า คุณต้องใช้ครีมประมาณครึ่งช้อนชา สำหรับใบหน้า และ 1 ช้อนชา สำหรับแขน 1 ข้าง!!! ทางที่ดีควรใช้วิธีอื่นร่วมด้วย อาทิ
หลีกเลี่ยงแสงแดดจ้าในช่วงเวลา 10.00 - 16.00 เพราะเป็นช่วงที่มีรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) สูงสุด
ปกปิดผิวจากแสงแดดให้มากที่สุด โชคดีที่ปัจจุบันมีเสื้อผ้าและอุปกรณ์ป้องกันแสงแดดให้กับนักกอล์ฟมากมาย ทั้งเสื้อ กางเกงและหมวกที่มีเส้นใยแบบป้องกันรังสี UVA/UVB (Sun Protective Clothing) ซึ่งก็ควรเลือกที่มีแขนขายาวไว้ก่อน ส่วนหมวกนั้น ถ้าเป็นหมวกแก๊ป ควรเลือกที่มีปีกยาว หรือหมวกชนิดปิดหูและต้นคอ ถ้าเป็นหมวกปีกกว้างก็ควรมีปีกยาวไม่ต่ำกว่า 7.5 ซม. (3 นิ้ว) สวมแว่นกันแดดเสมอ ระวังผิวแล้วก็ต้องระวังดวงตาด้วย ซึ่งการสวมแว่นกันแดดถือเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะถนอมดวงตาจากการถูกทำลายจากรังสีอย่างได้ผล ดังนั้นควรเลือกแว่นกันแดดที่สามารถกันรังสียูวีได้ 99 หรือ 100% และเลือกกรอบที่โค้งรับกับใบหน้าเพื่อกันรังสีจากทุกมุม

รับมือกับ Sunburn

แม้ตั้งใจจะป้องกันแสงแดดอย่างเต็มที่ แต่ก็มีนักกอล์ฟบางท่าน ที่เผลอลืมไปบ้าง ผลก็คืออาการผิวแสบไหม้ ซึ่งบางครั้งอาจมีอาการปวดหัว เป็นไข้และอ่อนเพลียร่วมด้วย วิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับ Sunburn ได้แก่

-  ทานยาแก้อักเสบ เช่น แอสไพรินหรือไอบูโปรเฟน ใช้ผ้าเช็ดตัวชุบน้ำเย็นประคบบริเวณผิวที่ไหม้ หรืออาบน้ำเย็นแทนก็ได้ ทามอยซ์เจอร์ไรเซอร์ โลชั่นหรือครีม Hydrocortisone (0.5 - 1%)
-  หากเกิดแผลพุพองและระวังไม่ให้แผลเปิด ให้ปิดไว้บาง ๆ ด้วยผ้าก๊อส
- ในกรณีที่แผลแตกออกให้ทาครีมฆ่าเชื้อ งดสบู่และอย่าให้ถูกน้ำ ดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันอาการขาดน้ำจากแดดและความร้อน