ศาสตราจารย์ ระพี สาคริก . . . รากฐานอยู่ที่จิตใจ
แม้วัยจะล่วง 8 ทศวรรษไปแล้วหลายปี แต่สำหรับศาสตราจารย์
ระพี สาคริก
แล้ว สุขภาพไม่ได้เป็นปัญหาต่อการดำเนินชีวิต
ประจำวัน
แต่อย่างใด ท่านยังคงทำงานเขียนหนังสือ
สั่งสอน
ลูกศิษย์ เรียนรู้
เรื่องราวใหม่ ๆ และสังเกตความเป็นไปในสังคม
ได้ เหมือนเช่นที่เคยทำมาตลอด
จิตใจสบาย ร่างกายเป็นสุข
หลายคนอาจสงสัยว่าในวัยนี้ อาจารย์ยังทำงาน เล่นดนตรี ร่วมงาน
สัมมนา วาดภาพ ถ่ายภาพ และอีกหลายกิจกรรมได้อย่างไร อาจารย์
จึงเล่าให้ฟังว่า “จิตใจเป็นรากฐานของทุกอย่าง ผมไม่มีเคล็ดลับ
อะไรเลย ทุกอย่างอยู่ที่ใจเท่านั้น เราต้องรู้จักตัวเอง ซื่อสัตย์ต่อ
ตัวเอง แต่อย่าทำ อะไรเพื่อตัวเองมากจนเกินไป ต้องนึกถึงคน อื่น ๆ
ให้มาก ๆ
การรู้จักตัวเองทำให้จิตใจเราเข้มแข็ง พึ่งตัวเองได้ ทีนี้ก็ไม่มีอะไร
ยากอีกต่อไป ในเรื่องการดูแลสุขภาพ ผมแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ
ระยะสั้น อย่างไปหาหมอตามเวลา ตรงนี้คือความจำเป็นที่เราต้อง
ไม่ละเลย ส่วนใน ระยะยาว ก็กลับมาที่จิตใจอีก คือการทำใจให้สบาย
อย่าไปยึดอะไรถืออะไร พอจิตเราสบาย ก็กลายเป็นพลังบวกให้กับ
ตัวเรา
อย่างเรื่องอาหารการกินนี่ ผมกินหมดทุกอย่างนะ แต่กินเข้าไป แล้ว
ใช้หมดเลยไม่มีปัญหา ผมไม่เคยกะเกณฑ์ว่าอันนี้กิน อันนี้ไม่กิน
ผลลัพธ์ก็คือ เราไม่เกิดความเครียด ไม่รู้สึกว่าต้องฝืน ต้องบังคับอะไร
แทนที่จะต้องมากะเกณฑ์เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เราเอาเวลามา ทำงาน
สร้างสรรค์ประโยชน์ให้สังคมดีกว่า
สำหรับผมแล้ว การทำงานไม่ได้เป็นการทำงานอย่างเดียว แต่ยังเป็น
การพักผ่อน เป็นการออกกำลังกาย เป็นการใช้เวลาว่าง เป็น งานอดิเรกทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อสังคมและคนรุ่นลูกหลานด้วย พูดง่าย ๆก็คือผมไม่ได้ไปแยกมัน ผมทำงานมาตลอดโดยไม่ได้ คิดว่าขาดหรือพร่องอะไรไป แม้จะหนักแต่เราก็มีความสุข.
เตือนตนด้วยสติ
จิตใจที่เข้มแข็งและมีความสุขสงบเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างเสริม
สุขภาพร่างกายก็จริง แต่สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือการมีสติรู้ตัวอยู่
เสมอ “เดี๋ยวนี้มีของกินและสิ่งล่อตาล่อใจต่าง ๆ ให้เลือกเยอะเราต้อง
อย่าหลงไปกับกระแส คนเราต้องมีความเป็นตัวของตัวเอง ใช้สติ
เตือนตัวเองไว้เสมอ ขอเพียงรู้จักตัวเองอย่างถ่องแท้ เราก็ชนะ
ตัวเองได้ไม่ยาก ปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นเพราะคนเรามีจิตใจอ่อนแอ
ไม่เห็นความสำคัญของการบังคับตัวเอง ถ้าเรารู้ทันตัวเอง ความ
อยากเราก็จะลดลงเราจะมีเหตุผลมากขึ้น ทั้งหมดนี้จะส่งผลไปถึง
การกินอยู่ จะกินก็รู้ว่าเท่าไรจึงพอ ไม่ได้กินด้วยความโลภ
การเตือนตัวเองอยู่เสมอนี่ช่วยได้มากจริง ๆ มีคนถามผมว่าทำไม
ความจำยังดีอยู่ คำตอบคงเป็นเพราะเรามีสติเสมอ และไม่ดิ้นรน
เอาอะไรมาสะสมไว้ ปล่อยทุกอย่างไปตามธรรมชาติ พยายามพึ่งพา
ตัวเองใช้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้น้อยลง และอย่าหยุดเรียนรู้”
อาจารย์ระพีกล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจ